HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดบวก ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 307 จุด นักลงทุนกลับมาซื้อหุ้นเทคโนโลยี รอผลประกอบการ Nvidia ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” ปรับตัวลดลง ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดบวกที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 รวมทั้งดัชนี S&P 500 และ ดัชนี Nasdaq ยังคงปรับขึ้นจากวันทำการก่อนหน้า เนื่องจากนักลงทุนหันกลับมาลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่รอการประกาศผลประกอบการของ Nvidia หลังปิดตลาด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,482.15 จุด เพิ่มขึ้น 307.65 จุด, +0.63%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,946.13 จุด เพิ่มขึ้น 56.06 จุด, +0.81%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,152.08 จุด เพิ่มขึ้น 288.396 จุด, + 1.26%
หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 1.4% ก่อนการประกาศผลประกอบการหลังปิดตลาด พร้อมกับผลประกอบการจากบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ Salesforce และ Snowflake ซึ่งรายงานผลประกอบการของ Nvidia จะเป็นบททดสอบสำคัญของธุรกิจปัญญาประดิษฐ์(AI) เพราะออกมาในช่วงเวลาที่นักลงทุนกำลังปรับลดมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่สูงเกินจริง และเริ่มกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านทุน AI จำนวนมากของบริษัทขนาดใหญ่
Ulrike Hoffmann-Burchardi ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ UBS Group Americas และหัวหน้าฝ่ายหุ้นระดับโลก ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ความเชื่อมั่นของตลาดจะสามารถคงอยู่ต่อไปได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับผลประกอบการของ NVIDIA และยังชี้ให้เห็นว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์หลายแห่งเพิ่งปรับเพิ่มคาดการณ์การใช้จ่ายด้านทุนอีกครั้ง ทำให้ตลาดคาดหวังว่า NVIDIA จะให้คาดการณ์รายได้ที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ พร้อมกับการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่ง
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยบรรยากาศโดยรวมกลับมาสดใสอีกครั้งหลังจากที่บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง Anthropic ได้เปิดตัวปลั๊กอินใหม่สำหรับองค์กรบนแพลตฟอร์ม Claude ซึ่งช่วยให้สามารถผสานรวมกับแอปพลิเคชันขององค์กรต่างๆ เช่น Google Drive, DocuSign และ LegalZoom ได้
ทอม บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาริชมอนด์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่อง AI โดยระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าการแพร่หลายของ AI จะเข้ามาแทนที่แรงงานหรือไม่ และเสริมว่าเทคโนโลยีนี้อาจช่วยเสริมศักยภาพของแรงงานและทำให้ตลาดแรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หุ้น Oracle ซึ่งเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อีกตัวหนึ่ง เพิ่มขึ้น 1% จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ หลัง Oppenheimer ปรับคำแนะนำการลงทุนโดยชี้ว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้ความคุ้มค่าจากหุ้น Oracle ในปัจจุบันมีความน่าสนใจมากขึ้น
นักลงทุนในสัปดาห์นี้ยังคงเกาะติดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับภาษีนำเข้าจากรัฐบาลทรัมป์ยังคงส่งผลต่อความคาดหวังของตลาด แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะขู่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% แต่ภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ก็มีผลบังคับใช้ในวันอังคาร
นอกจากนี้ ในช่วงเย็นวันอังคาร ทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปี โดยเน้นย้ำถึงผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจ และเสนอแนวคิดเรื่องการให้รัฐบาลสนับสนุนบัญชีเงินบำนาญแก่แรงงาน พร้อมทั้งเรียกร้องอีกครั้งให้มีการจำกัดการซื้อบ้านเดี่ยวของนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่
หุ้น Lowe’s บริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านรายใหญ่ ร่วงลง 5.6% หลังคาดการณ์ยอดขายรายปีที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แม้กำไรและรายได้ในไตรมาส 4 สูงเกินคาด
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากที่ HSBC ปรับเพิ่มเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อที่สำคัญ ขณะที่ความกังวลว่าโมเดล AI รุ่นใหม่ๆ อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจแบบดั้งเดิมในไม่ช้าคลี่คลายลง
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 633.47 จุด เพิ่มขึ้น 4.33 จุด, +0.69%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,806.41 จุด เพิ่มขึ้น 125.82 จุด, +1.18%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,559.07 จุด เพิ่มขึ้น 39.86 จุด, +0.47%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,175.94 จุด เพิ่มขึ้น 189.69 จุด, +0.76%
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 2.8% โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นเกือบ 8% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของหุ้น HSBC ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หลังธนาคารปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรที่สำคัญ หลังจากรายงานกำไรทั้งปีสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้จะบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษครั้งเดียว 4.9 พันล้านดอลลาร์ก็ตาม
ความเชื่อมั่นทั่วโลกดีขึ้นหลังจากที่บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง Anthropic จากสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกับหลายบริษัทและเปิดตัวปลั๊กอิน AI ใหม่เมื่อวันอังคาร ซึ่งบ่งชี้ว่าธุรกิจแบบดั้งเดิมกำลังปรับตัวให้เข้ากับความก้าวหน้าของ AI มากกว่าที่จะเผชิญกับการหยุดชะงักในทันที
ความกังวลที่ลดลงช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านอัตรากำไร และช่วยกระตุ้นความต้องการที่จะเสี่ยงในระดับโลก ซึ่งส่งผลบวกต่อธนาคารที่เปราะบาง จากที่ลดลงอย่างมากในวันอังคาร ท่ามกลางความผันผวน
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และสาธารณูปโภคต่างทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ทะลุจุดสูงสุดเดิมในปี 2008 ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นยุโรปที่เริ่มเมื่อปีที่แล้วขยายวงกว้างขึ้น
หุ้น Nordex บริษัทผู้ผลิตกังหันลมบนบก พุ่งขึ้น 17.4% ขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของดัชนี STOXX 600 หลังจากรายงานผลกำไรหลักสำหรับปี 2025 ที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
หุ้น Diageo ผู้ผลิตเครื่องดื่มร่วงลง 12.7% และฉุดดัชนีลงหลังจากที่ปรับลดคาดการณ์ยอดขายและกำไรประจำปีเป็นครั้งที่สองในรอบสี่เดือน และยังลดเงินปันผลลงด้วย ดัชนีอาหารและเครื่องดื่มโดยรวมลดลง 2.1%
หุ้น E.ON ให้บริการเครือข่ายพลังงานรายใหญ่ที่สุดของยุโรป พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี หลังจากประกาศจะเพิ่มการลงทุนเป็น 48 พันล้านยูโร (57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างศูนย์ข้อมูลทั่วทวีปยุโรป
นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวในด้านการค้า โดยมีความเป็นไปได้ที่ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นถึง 15% รวมทั้งผลประกอบการของ Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI ยักษ์ใหญ่ ในวันพุธนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบต่อไปสำหรับตลาด
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 65.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.11% ปิดที่ 70.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

