HoonSmart.com>>บล.บัวหลวงชี้ Valuation Gap หุ้นไทยเปิดกว้างสุดในรอบ 16 ปี ต่ำกว่าหุ้นโลกถึง 33% หนุน Fund Flow มองหาหุ้น Value ต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นกลาง–เล็ก เป้าหมาย PR9- PLANB- BBIK-SYNEX- HMPRO-BDMS-CPALL-BGRIM-GPSC
บล.บัวหลวง มองแนวโน้มหุ้นวันนี้ ระบุว่า ตลาด Momentum ดีกว่าที่คิด และยังไม่สร้างฐานใหม่ ตรงข้ามม้วนกลับบริเวณใกล้ ๆ 1,440 หรือเทียบเป็นระดับ PER 16 เท่า (ต่ำกว่า PER เฉลี่ย SET อยู่ -0.25SD) ซึ่งเป็นการ Re-rate ขึ้นมามากกว่า 1SD แล้ว และเห็นหุ้นกลุ่มนำมาอย่างธนาคาร
ไอซีทีเริ่มมี Upside จำกัด การไล่ซื้อต่อจะมีแรงน้อยลง ขณะเดียวกันก็อาจจะเห็น การทยอยล็อกกำไรออกไปหุ้นกลุ่มอื่น ๆ ทำให้เรายังแนะเลี่ยงหุ้นกลุ่มนี้ต่อ (ถ้าขึ้นได้ Alpha ไม่มาก แต่ถ้าลงจะมีแรงขายตามเยอะ)
นอกจากนี้ หุ้นเก็งกระแสการเมืองขึ้นมา เช่น STECON, STPI, FORTH, FSMART, PTG, DOD, ATLAS แม้ยังไม่ค่อยมีแรงขาย แต่ก็ไม่ได้น่าไล่ราคาให้ต่อในระยะสั้น เพราะประเด็นบวกทางการเมืองเฉลยมาแล้วพอสมควร (เหลือรอฟอร์ม ครม. จบ)
ขณะที่ประเด็นลบอย่างคดีบัตรเลือกตั้ง และการต่อรองทางการเมือง ยังอยู่ในโซนไม่ แน่นอน
ในส่วนหุ้นใหญ่ กลุ่มหุ้นบลูชิพใหญ่ที่รายได้อิงปัจจัยต่างประเทศ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ โรงไฟฟ้าต่างประเทศ เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก คาดรักษาฐานได้ หากลงมาเป็นโอกาส ในการช้อนซื้อ EGCO, TOP, PTTEP ฯลฯ ส่วนหุ้นขนาดกลาง ๆ เช่น WHA, CRC, SCGP, IVL และหุ้นแถวสอง แถวสาม อาจกลายเป็นตัวเสริมใหม่ช่วงปรับฐาน
นอกจากนี้ วานนี้เราได้มีรายงาน Alpha Pulse ออกมา โดยชี้ให้เห็นว่ามี Valuation Gap ระหว่างหุ้น Value vs. Growth ในระดับโลก PER ถูกเกินไป (ต่ำกว่าหุ้นเติบโต 43% เทียบค่าเฉลี่ยระยะยาวราว 31%) และหุ้นไทย PER ต่ำกว่าหุ้นโลก (MSCI All-Country World) ถึง 33% และต่ำสุดในรอบ 16 ปี ซึ่งทำให้มีโอกาสที่ Fund Flow จะยังมองหาหุ้น Value เพื่อปิด Valuation Gap ที่ห่างมากเกินไปนี้ โดยเรามองไปอีก Step ได้แนะหุ้นกลางเล็กชุดนี้ไว้ให้สะสมเป็นแถวสอง ได้แก่ PR9, PLANB, BBIK, SYNEX, HMPRO, BDMS, CPALL, CRC, BGRIM, GPSC
ส่วนหุ้นใหญ่ในลำดับถัดไป เราคาดว่าจะเห็นธีมการ Re-rate Valuation ของหุ้น หลายกลุ่ม โดยคาดจะเริ่มจากกลุ่มที่แนวโน้มกำไรมีเสถียรภาพ แต่ Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และถูกกว่าเกณฑ์มาตรฐานเกินไป เช่น วันนี้มีรายงาน BEM
สำหรับประเด็นคำร้องศาลฯ รธน. และปกครองฯ เรื่องบาร์โค้ดและ QR Code ที่ตลาด ยังไม่ได้ให้น้ำหนักเมื่อวานนี้ เรายังแนะให้ตามข่าวต่อ โดยมองเป็น หากมีเหตุเกิด มองการปรับฐานจะไม่เกินระยะ 2 สัปดาห์นี้ <span;>คาดว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในช่วง 1,390–1,460 จุด ระหว่างวันที่ 17 ก.พ.–2 มี.ค.
หากอิงผลเลือกตั้งปี 2549 และ 57 คำตัดสินโมฆะนั้นใช้เวลาบวกลบประมาณ 1 เดือนนับจากวันเลือกตั้ง (20 วันทำ การนับจากจุดนี้) โอกาสเป็น 2 กรณี
1) เป็นโมฆะ เลือกตั้งใหม่ กระทบความเชื่อมั่น ต่องบประมาณดีเลย์ แต่จะย่อแล้วจบ จากนั้นก็เล่นหุ้นไทยกันใหม่ รับเลือกตั้งใหม่
ส่วน 2) ถ้าผลวินิจฉัยออกมาเร็วกว่า 1 เดือน และ/หรือ อธิบายประเด็นคำร้องได้ชัด หนุนหุ้นไทยบวกแรงทันทีหลังจากคำตัดสินที่เป็นบวก…
กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และเพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร
