BCP รุกขยายธุรกิจพลังงานต่างประเทศ ทุ่มกว่า 8 พันลบ. ซื้อหุ้น Chevron Hong Kong

HoonSmart.com>> บางจากฯ (BCP) ประกาศซื้อหุ้น “Chevron Hong Kong” ทั้ง 100% มูลค่าซื้อขายเบื้องต้น 270 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 8,379 ล้านบาท ขยายการลงทุนพลังงานในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้ากลยุทธ์เติบโตสู่ตลาดต่างประเทศ ด้านผลดำเนินงานกลุ่มบางจากปี 68 โชว์กำไร 2,880 ล้านบาท เติบโต 31.85%

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Chevron Companies (Greater China) Limited (“CCGC”) เพื่อเข้าถือหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) ในสัดส่วน 100% โดยมีนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) เป็นผู้ลงนามในพิธีลงนามแบบออนไลน์ ร่วมกับ CCGC นับเป็นก้าวสำคัญของ บางจากฯ ในการขยายธุรกิจพลังงานไทยสู่ตลาดต่างประเทศและการเตรียมความพร้อมด้านตลาดสำหรับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารกำลังการกลั่นของกลุ่มบริษัทบางจากในระยะยาว

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเข้าทำรายการ และบริษัทได้ลงนามในสัญาซื้อขายหุ้นกับ Chevron Companies (Greater China) Limited (CCGC) เพื่อเข้าซื้อหุ้นใน Cheveon Hong Kong Limited (CHK) จำนวน 60,000 หุ้น (คิดเป็น 100% ของหุ้นทั้งหมด) โดยได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับผู้ขายเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 โดยได้ตกลงซื้อขายหุ้นเบื้องต้นเป็นจำนวน 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ราคาซื้อขายหุ้นที่ซื้อขายสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการปรับราคาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น บริษัทจะชำระราคาเป็นเงินสด โดยบริษัทมีแผนที่จะใช้วงเงินสินเชื่อ

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการ CHK ไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจของบางจากฯ สู่ตลาดต่างประเทศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการเดินหน้านำธุรกิจพลังงานไทยไปสร้างความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาค เรามุ่งมั่นยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่อนาคตด้านพลังงานภายใต้ทิศทางที่ชัดเจน โดยฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจเสรีที่พัฒนาแล้ว มีกรอบกฎหมายและกติกาการค้าปลีกเสรีที่ใกล้เคียงตลาดแข่งขันสมบูรณ์ อีกทั้งมีอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศอยู่ในระดับสูง (อันดับเครดิตของประเทศอยู่ที่ AA+) สะท้อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และระบบกำกับดูแลภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มแข็ง และเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการเดินเรือที่สำคัญของเอเชีย จึงเหมาะกับการเข้าทำธุรกรรม

CHK ประกอบธุรกิจพลังงานที่หลากหลาย ได้แก่ ธุรกิจน้ำมันค้าปลีก ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทร พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือระดับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ CHK ยังเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการสถานีบริการหลักของตลาดน้ำมันฮ่องกง โดยมีสถานีบริการ 31 แห่ง กระจายครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองและชานเมือง ซึ่งภายหลังการเข้าซื้อกิจการ บางจากฯ จะยังคงดำเนินการสถานีบริการภายใต้แบรนด์ Caltex ภายใต้สัญญาเครื่องหมายการค้าระหว่าง บางจากฯ และเชฟรอน การลงทุนใน CHK จะช่วยเสริมศักยภาพให้บางจากฯ สามารถต่อยอดธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร ขยายฐานลูกค้า เพิ่มความแข็งแกร่งของระบบโลจิสติกส์ด้านพลังงาน และสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตระยะยาว ทั้งนี้ คาดว่าจะธุรกรรมการซื้อขายหุ้นจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2569

การดำเนินการครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนของบางจากฯ “Accelerating Bangchak 100x” ซึ่งตั้งเป้าหมายเร่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้มีความสามารถในการแข่งขัน การบริหารจัดการที่เป็นเลิศ และการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยปัจจุบันบางจากฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 5 กลุ่มหลัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1. กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นการตลาดและพลังงานชีวภาพ 2. กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 3. กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน 4. กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน 5. กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ฯ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยการลงทุนอย่างเคร่งครัด และจัดสรรงบลงทุนช่วงปี 2569-2571 รวม 35,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาธุรกิจหลัก เสริมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแห่งอนาคต พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กลุ่มบริษัทบางจากรายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิ 2,879.70 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.08 บาท เพิ่มขึ้น 31.85% จากงวดปี 2567 กำไรสุทธิ 2,184.09 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.30 บาท มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 507,570 ล้านบาท EBITDA 35,753 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 67 จากปี 2567 และสามารถรับรู้ Synergy ตลอดปี 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานระหว่างธุรกิจในกลุ่มควบคู่กับการบริหารการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกัน โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 โรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนงและโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาสามารถทำสถิติกำลังการผลิตเฉลี่ยรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 279,700 บาร์เรลต่อวัน
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–