BCPG โชว์กำไรปกติปี 68 พุ่ง 61% ที่ 1,807 ลบ. แรงหนุนหลักโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ-ลาว

HoonSmart.com>>”บีซีพีจี”(BCPG) โชว์กำไรปกติปี 68 พุ่ง 61% ที่ 1,807 ล้านบาท แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนซูน ในสปป.ลาว รวมถึงรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว โรงไฟฟ้าพลังงานลม และธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในประเทศไทย

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี (BCPG) เปิดเผยผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2568 มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 1,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากปี 2567 โดยการเติบโตดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา จากอัตราค่าไฟฟ้า (Energy Payment) และอัตราค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Payment) ที่ปรับตัวสูงขึ้น และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนซูนในสปป.ลาว ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในไตรมาส 4/2568

ขณะเดียวกันรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว ได้ปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำที่สูงขึ้นจากฤดูฝนที่ยาวนานกว่าปกติ ส่วนธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในประเทศไทยมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น จากการปรับเงื่อนไขสัญญาการใช้บริการ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากความเร็วลมที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานโดยรวม

สำหรับผลการดำเนินงานสุทธิหลังหักรายการพิเศษ กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 855 ล้านบาท ลดลง 53% จากปีก่อน เนื่องจากมีการบันทึกขาดทุนจากรายการพิเศษรวม 952 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนในโครงการพลังงานลมในฟิลิปปินส์ และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

“บริษัทฯ มุ่งดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ พร้อมยกระดับการทำงานด้าน ESG ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหุ้นยั่งยืน ESG 100 ต่อเนื่อง 8 ปี และรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน สะท้อนความมุ่งมั่นของเราต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลนอกจากนี้บริษัทฯ มั่นใจในศักยภาพการเติบโต โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มีความต้องการพลังงานสูงขึ้นจากการขยายตัวของ AI และ Data Center ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อธุรกิจโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกัน โครงการในภูมิภาค CLMV โดยเฉพาะโครงการมอนซูนใน สปป.ลาว โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสร้างรายได้ระยะยาวและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภูมิภาค” นายรวี กล่าว