HoonSmart.com>>หุ้นเอเชียเช้านี้บวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 จากเงินไหลเข้า เพราะราคายังถูกกว่าสหรัฐ ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นแตะระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สิงคโปร์ทะลุระดับ 5,000 เป็นครั้งแรก
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับตัวขึ้นหลังกลับมาเปิดทำการในวันนี้ ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นแตะระดับ 58,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในช่วงหนึ่ง เป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สาม หลังการเลือกตั้งไปสู่ระดับสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในด้านการเมืองภายในประเทศและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
บริษัทลงทุนระดับโลก GMO ชี้ว่าชัยชนะอย่างถล่มทลายของทาคาอิจิในการเลือกตั้งก่อนกำหนด ทำให้เธอได้รับอำนาจในการดำเนินนโยบายอย่างแข็งแกร่งและยาวนานหลายปี ซึ่งเป็นการสนับสนุนตลาดและภาคธุรกิจของญี่ปุ่นโดยรวม
แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นและนักลงทุนในพันธบัตรดูเหมือนจะมีความมั่นใจมากขึ้น แต่ GMO ตั้งข้อสังเกตว่าความเสี่ยงจากการแทรกแซงอาจเพิ่มขึ้นหากค่าเงินเยนเข้าใกล้ 160 ต่อดอลลาร์สหรัฐ
ในตลาดหลัก( Prime Market) กลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มเหมืองแร่ และหุ้นกลุ่มไฟฟ้าและก๊าซ
เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 153.26-28 เยน เทียบกับ 153.23-33 เยนในนิวยอร์กเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันพุธ
รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงติดตามตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดด้วย ‘ความระมัดระวังสูงสุด’ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่นกล่าวในวันนี้ หลังจากเงินดอลลาร์สหรัฐมีความเคลื่อนไหวที่ผันผวนเมื่อเทียบกับเงินเยน ภายหลังการประกาศข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ
‘เราไม่ได้ลดความระมัดระวังลงเลยแม้แต่น้อย’ อัตสึชิ มิมูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ณ เวลา 8.50 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 57,745.44 จุด เพิ่มขึ้น 94.9 จุด, +0.16%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ก็ไม่ได้รับผลกระทบตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดลบเมื่อคืนนี้ หลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดส่งผลให้ความคาดหวังเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ลดลง
ตลาดเงินคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของเฟดในเดือนกรกฎาคม จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ในเดือนมิถุนายน หลังจากการจ้างงานสหรัฐเพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยที่คาดการณ์ไว้ถึงสองเท่า
นักลงทุนยังจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ ซึ่งอาจตอกย้ำว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปอีกนาน หากแรงกดดันด้านราคาไม่ลดลง
อย่างไรก็ตาม ตลาดเอเชียยิ่งทิ้งห่างในการปรับขึ้นแซงหน้าหุ้นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ในปีนี้ จากระดับราคาหุ้น (Valuations) ที่ยังค่อนข้างถูกและแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าได้ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกที่เริ่มทยอยปรับลดการถือครองสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์ให้เข้ามาซื้อสะสม
ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.8% จนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ดัชนีพุ่งสูงขึ้นไปแล้วประมาณ 13%
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 2.1% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,466.9 จุด ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ระดับสูงกว่าเดิม 1.82%
ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังคงครองตำแหน่งตลาดที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในโลกในปีนี้ต่อเนื่อง
ด้านดัชนีหลักของสิงคโปร์ทะลุระดับ 5,000 เป็นครั้งแรก
ความแข็งแกร่งของเอเชียโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความเชื่อมั่นของนักลงทุนในทุกสิ่ง ตั้งแต่หุ้นเทคโนโลยีไปจนถึงโลหะมีค่า
เอเชียกำลังได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากขึ้น เนื่องจากเวทีการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลกกำลังเปลี่ยนจากผู้บุกเบิก AI ไปสู่ผู้สนับสนุนการนำไปใช้ในวงกว้าง บริษัทในภูมิภาคนี้ควบคุมจุดสำคัญต่างๆ ตั้งแต่ชิปและหน่วยความจำขั้นสูง ไปจนถึงบริการการผลิตและการประกอบ ซึ่งเป็นผู้จัดหาฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่ที่รองรับการพัฒนา AI
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,133.89 จุด เพิ่มขึ้น 1.90 จุด, +0.05%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 27,153.94 จุด ลดลง 112.44 จุด, -0.41%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,464.59 จุด เพิ่มขึ้น 110.1 จุด, +2.06%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 33,605.71 จุด เพิ่มขึ้น 532.74 จุด, +1.61%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.22 ดอลลาร์หรือ 0.34% ซื้อขายที่ 64.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.2 ดอลลาร์ หรือ 0.29% ซื้อขายที่ 69.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
