BBLAM คาดฟันด์โฟลว์เข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง รับเสถียรภาพการเมืองดันดัชนี 1,450 จุด

HoonSmart.com>>บลจ.บัวหลวง (BBLAM) ประเมินผลเลือกตั้งหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง คาดการณ์รัฐบาลมีความมั่นคงสูงหลังพรรคภูมิใจไทยแลนด์สไลด์ กระตุ้นความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งใน-ต่างประเทศ เดินหน้านโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่อง มองกลุ่ม Domestic “การเงิน, การท่องเที่ยว, พาณิชย์ และวัสดุก่อสร้าง” แนวโน้มจทำผลงานได้ดีกว่าตลาด พร้อมมองเป้าดัชนีสิ้นปี 69 ระดับ 1,450 จุด

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ , Investment Strategy, Fund Management บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง หรือ BBLAM เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยหลังผลการเลือกตั้งทั่วประเทศและเสถียรภาพทางการเมือง พรรคภูมิใจไทย (BJT) คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายด้วยจำนวน 194 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคประชาชน (PP) 116 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย (PT) 76 ที่นั่ง (ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ)

ขั้นตอนต่อไป คือ การรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลซึ่งอาจใช้เวลาสูงสุด 60 วัน ผลลัพธ์นี้สะท้อนถึงภาพรวมทางการเมืองที่มีเสถียรภาพมากในช่วงหลายปีข้างหน้า ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาคุมบังเหียนนโยบายเศรษฐกิจ คาดว่าทิศทางจะเอนเอียงไปทาง เสถียรภาพทางการคลัง มากกว่านโยบายประชานิยมแบบสุดโต่ง อย่างไรก็ตาม BBLAM ยังคาดหวังว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้น เช่น “โครงการคนละครึ่งพลัส” และมาตรการทางภาษีบางประการ

ที่สำคัญกว่านั้น คาดว่ารัฐบาลจะพยายามดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศมากขึ้น และเร่งรัดการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณ นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายที่ต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน (ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา) ถือเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

ด้านกระแสเงินทุนและดัชนีตลาดหุ้น (SET Index) ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีแรงส่งตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้ง โดยเห็นสัญญาณชัดเจนจากเงินทุนไหลเข้า (Foreign Inflow) ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ที่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และด้วยคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะมีความมั่นคงสูง BBLAM จึงคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าต่อเนื่อง

สำหรับเป้าหมายดัชนีและกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ

• ระยะสั้น: โดยปกติหลังการเลือกตั้ง 1 เดือน ตลาดมักจะปรับตัวขึ้นราว 3-4% ซึ่งบ่งชี้ว่าดัชนีมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,400 จุด ภายในสัปดาห์นี้

• กลุ่มที่โดดเด่น: กลุ่มวัฏจักรในประเทศ (Domestic Cyclicals) เช่น การเงิน, การท่องเที่ยว, พาณิชย์ และวัสดุก่อสร้าง มีแนวโน้มจะทำผลงานได้ดีกว่าตลาด

• ปัจจัยเสี่ยง: หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า อาจฉุดรั้งการขาขึ้นของตลาด แต่ปัจจุบันมองว่าความเสี่ยงนี้ยังมีจำกัด

เป้าหมายสิ้นปี หากพิจารณาจากประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ระดับ 88-90 (สะท้อน GDP โต 1.6-1.8% และเงินเฟ้อ 0.8-1%) ดัชนี SET มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 1,450 จุด (เทรดที่ระดับค่าเฉลี่ย SD)