HoonSmart.com>>บลจ.วรรณ มองบวกปัจจัยการเมืองชัด หนุน Sentiment เชิงบวกตลาดหุ้นไทย แนะนำกองทุน ONE-SETHD เน้นหุ้นไทยปันผลดี ศักยภาพเติบโตระยะยาว ชี้สถิติดัชนี SETHD ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดโดยรวมช่วงเดือน ม.ค.– เม.ย.ของทุกปี เฉลี่ยประมาณ +3.0%

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจัยทางการเมืองของไทยเริ่มมีความชัดเจน ซึ่งหนุน sentiment การลงทุนหุ้นไทยในระยะสั้น หลังผลการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย สามารถชนะการเลือกตั้งได้ถล่มทลาย และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ภาพรวมของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นมีเสถียรภาพ และมีการดำเนินนโยบายได้ต่อเนื่อง โดยสถิติในอดีต พบว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) มักปรับตัวขึ้นเฉลี่ยราว +2.8% ถึง +4.4% ภายใน 2 – 4 สัปดาห์หลังมีความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามพัฒนาการในการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐหลังจากนี้ โดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ประเทศไทย) (กกต.) มีกำหนดในการรับรองผลการเลือกตั้ง สส. สัดส่วนไม่น้อยกว่า 95% ภายใน 9 เมษายน 2569 ผลตอบแทนหลังเลือกตั้งจะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาล และโฉมหน้าของคณะรัฐมนตรี และผลงานของรัฐบาลใหม่ ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ในส่วนของมุมมองต่อหุ้นไทยบริษัทมองว่า หุ้นที่มีแนวโน้มได้อานิสงส์จากนโยบายภาครัฐมีโอกาส outperform ในระยะสั้น ได้แก่ 1) ค้าปลีก–บริโภค จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย 2) สื่อสาร–สื่อโฆษณา จากการเลือกตั้งและนโยบายดิจิทัล 3) ธนาคาร ได้แรงหนุนจากสินเชื่อและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4) รับเหมาก่อสร้าง จากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 5) อสังหาริมทรัพย์ ได้ผลบวกจากมาตรการหนุนกำลังซื้อ
นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.วรรณ แนะนำกองทุน ONE-SETHD ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้บริหารที่เน้นลงทุนหุ้นไทยปันผลดี และมีศักยภาพการเติบโตระยะยาว โดยหุ้นภายใต้ดัชนี SETHD มีการจ่ายเงินปันผลสูงสม่ำเสมอและมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend yield) ปัจจุบันที่ 6.48% สูงกว่าดัชนี SET ซึ่งมีอัตราเงินปันที่ 3.53% (ณ 30 ม.ค. 2569) ขณะที่ Valuation ของดัชนี SETHD ยังน่าสนใจกว่า (12m Forward P/E ที่ 9.16 เท่า ถูกกว่าตลาดหุ้นไทยโดยรวมในดัชนี SET ซึ่งมี 12m Forward P/E ที่ 14.82 เท่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกับระดับค่าเฉลี่ย 3 ปี)
อย่างไรก็ดี จากสถิติในอดีตชี้ได้ว่าดัชนี SETHD มักจะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดโดยรวมเสมอในช่วงเดือน ม.ค. – เม.ย. ของทุกปี เฉลี่ยประมาณ +3.0% และมีความเป็นไปได้สูงถึง 80% ปรากฎการณ์นี้คาดว่ามาจากแรงซื้อของนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลในช่วงฤดูกาลบริษัทจดทะเบียนไทยประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปี ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์ คาดว่าหุ้นกลุ่มที่ให้ Dividend Yield ในระดับสูง อาทิ กลุ่มธนาคาร กลุ่มอสังหาฯ จะได้รับความสนใจจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าดึงดูด ก่อนที่จะมีการประกาศจ่ายปันผลในช่วงเดือนเม.ย. ถึงเดือน พ.ค.
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ บลจ.วรรณ 02-659-8888 บล. ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด 02-095-8999 กด 0 และ ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง
