HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้น นำโดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งขึ้น โดยดัชนีนิกเคอิช่วงหนึ่งพุ่งขึ้นกว่า 5% ทะลุ 57,000 จุดเป็นครั้งแรกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่นได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับขึ้นแรง โดยดัชนีนิกเคอิช่วงหนึ่งพุ่งขึ้นกว่า 5% ทะลุ 57,000 จุดเป็นครั้งแรกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่นได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร ได้ครองเสียงข้างมากถึงสองในสามของสภาผู้แทนราษฎรที่มี 465 ที่นั่ง
ผลการเลือกตั้งปูทางไปสู่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อพันธบัตรญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันก็อาจหนุนราคาหุ้นให้สูงขึ้น
ในตลาดหลัก (Prime Market) กลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเครื่องมือชั่ง ตวง วัด
บริษัทอินเทอร์เน็ตของญี่ปุ่น CyberAgent Inc. เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นมากที่สุดในดัชนี โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 16% ตามมาด้วย Advantest ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ที่พุ่งขึ้นกว่า 12% และ Sumitomo Electric Industries ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 11%
เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยไปแตะระดับ 157 เยนในช่วงต้นวันจันทร์ เนื่องจากเงินเยนถูกขายออกไปเพราะความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของญี่ปุ่นที่แย่ลง อันเนื่องมาจากนโยบายการคลังแบบขยายตัวที่คาดว่าจะได้รับการส่งเสริมโดยนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ
เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ดอลลาร์อยู่ที่ 157.25-27 เยน เทียบกับ 157.15-25 เยนในนิวยอร์ก และ 156.88-90 เยนในโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นเกือบ 4 จุด เป็น 2.274% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 20 ปี เพิ่มขึ้นประมาณ 3 จุด เป็น 3.158%
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่นที่เผยแพร่เช้าวันนี้แสดงให้เห็นว่า ค่าจ้างที่แท้จริงของญี่ปุ่นในปี 2025 ลดลง 1.3%จากปีก่อนหน้า นับเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่สี่ เนื่องจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นไม่ทันกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ค่าจ้างที่ระบุเป็นตัวเงิน หรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อคนทำงาน รวมทั้งเงินเดือนพื้นฐานและค่าล่วงเวลา เพิ่มขึ้น 2.3%ในปีที่แล้ว เป็น 355,919 เยน (2,260 ดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ห้า
ข้อมูลอีกชุดหนึ่งจากกระทรวงการคลังที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์แสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเป็นประวัติการณ์ถึง 31.88 ล้านล้านเยน (202 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2025 เนื่องจากการลงทุนจากต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นและการขาดดุลการค้าลดลง
รายงานเบื้องต้นระบุว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการค้าระหว่างประเทศที่
ครอบคลุมที่สุด เพิ่มขึ้น 11.1%จากปีก่อนหน้า แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีข้อมูลที่เปรียบเทียบได้ในปี 1985 โดยรายได้ขั้นต้น ซึ่งสะท้อนถึงรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศของญี่ปุ่น อยู่ที่ 41.59 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 4.7%
การค้าสินค้าขาดดุล 848.7 พันล้านเยน ลดลงถึง 76.8% โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 2.5% เป็น 107.76 ล้านล้านเยน และการนำเข้าลดลง 0.1% เหลือ 108.61 ล้านล้านเยน
กระทรวงการคลังระบุในรายงานเบื้องต้นว่า เฉพาะในเดือนธันวาคมเดือนเดียว ประเทศมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 728.8 พันล้านเยน
ณ เวลา 8.44 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 56,885.42 จุด เพิ่มขึ้น 2,631.74 จุด, +4.85%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวขึ้นเกือบทั้งภูมิภาค นำโดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่นได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งสำคัญ
ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นตอกย้ำความคาดหวังเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการคลังและแรงกดดันต่อเนื่องต่อเงินเยน และยังช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับสินทรัพย์ทั่วโลกในช่วงต้นสัปดาห์
สรี โคชูโกวินดัน นักเศรษฐศาสตร์วิจัยอาวุโสจาก Aberdeen Investments กล่าวว่า ชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทาคาอิจิอาจเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับตลาดในระยะกลาง เนื่องจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์และการปฏิรูปภาษีจะช่วยหนุนราคาหุ้น
โทนี่ ไซคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG ในซิดนีย์ กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นราคาถูกจาก
ภาวะเทขายในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และการซื้อขายบนชัยชนะของทาคาอิจิหมายความว่า อย่างน้อยในระยะสั้นมาก ๆ จะได้เห็นการลงทุนแบบกล้าเสี่ยงสูงขึ้นในตลาดหุ้นเอเชีย
สำหรับ ค่าเงินบาทไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลงในการซื้อขายช่วงเช้า หลังจากผลการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลมีแนวโน้มที่จะได้ที่นั่งมากที่สุดและอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาลผสม ผลการเลือกตั้งนี้อาจหนุนค่าเงินและตลาดหุ้น เนื่องจากศักยภาพในการรักษาความต่อเนื่องของนโยบาย
เบรนแดน แมคเคนนา นักกลยุทธ์จากเวลส์ ฟาร์โก ในนิวยอร์กกล่าวว่า โดยรวมแล้ว การรักษาความต่อเนื่องของนโยบายเป็นสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่เสถียรภาพในที่สุด ตลาดมักจะสบายใจกับความชัดเจน และการที่พรรครัฐบาลชนะการเลือกตั้งก็ให้ความชัดเจนมากขึ้น
เพื่อให้การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดำเนินต่อไป ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้จะต้องอยู่ในเกณฑ์ดีพอที่จะคงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไว้ได้ แต่ก็ต้องไม่แย่จนเกินไปจนคุกคามความต้องการของผู้บริโภคและรายได้
สัปดาห์นี้นักลงทุนรอการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่การจ้างงานเดือนมกราคมซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่ง อัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.4% รวมทั้งยอดขายปลีกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระดับปานกลางที่ 0.4% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อยเหลือ 2.5% ในเดือนมกราคม
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,105.49 จุด เพิ่มขึ้น 39.91 จุด, +0.98%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,982.49 จุด เพิ่มขึ้น 422.54 จุด, +1.59%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,304.00 จุด เพิ่มขึ้น 214.86 จุด, +4.22%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 32,491.53 จุด เพิ่มขึ้น 708.61 จุด, +2.23%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 0.42 ดอลลาร์หรือ 0.66% ซื้อขายที่
63.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนเมษายนลดลง 0.49 ดอลลาร์ หรือ 0.72% ซื้อขายที่ 67.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

