“นายกสมาคมกองทุน”คาดหุ้นพุ่งหลังเลือกตั้ง รัฐบาลมีเสถียรภาพ-กระตุ้นศก.หนุนทะลุ 1,400

HoonSmart.com>>สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ชี้ตลาดทุนรอความชัดเจน “จัดตั้งรัฐบาล” หากมีเสถียรภาพ-นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ดึงความเชื่อมั่นหนุนดัชนีปีนี้ 1,400 จุด พร้อมยกสถิติหลังการเลือกตั้งหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ด้าน “นักลงทุนสถาบันในประเทศ-ต่างชาติ” ทยอยสะสมหุ้นเข้าพอร์ต สะท้อนมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง-ยาว

ชวินดา หาญรัตนกูล

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดทุนไทยอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยปัจจัยหลักคือความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง ซึ่งหากผลการเลือกตั้งออกมาอย่างเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพ มีแผนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชัดเจน ก็หนุนให้ดัชนีทะลุระดับ 1,400 จุดได้ จึงมองภาพรวมตลาดหุ้นในปี 2569 ดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน

“หัวใจสำคัญในการผลักดันตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน คือ การผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากเศรษฐกิจถือเป็นรากฐานของทุกสิ่ง ทั้งต่อตลาดทุน ประชากร และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมและขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในที่สุด จึงมองดัชนีมีโอกาสทะลุ 1,400 จุดได้ แต่ความท้าทายคือจะยืนระยะได้ถึงสิ้นปีหรือไม่ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) หรือ กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)” นายกสมาคม AIMC กล่าว

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยหลังการเลือกตั้ง จากสถิติในอดีตดัชนี SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นในทิศทางบวกต่อเนื่อง แม้จะยังมีความกังวลในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจล่าช้าจากการร้องเรียนต่างๆ แต่มองว่าตลาดหุ้นได้สะท้อนความคาดหวังต่อโครงสร้างรัฐบาลใหม่ไปในระดับหนึ่งแล้ว ส่งผลให้แรงกดดันเชิงลบเริ่มจำกัด อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนหลังการเลือกตั้งยังเต็มไปด้วยความคาดหวังควบคู่กับความระมัดระวัง โดยตลาดทุนไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ แม้ภาพในอดีตจะชี้ว่าตลาดมีแนวโน้มเดินหน้าต่อได้หลังการเลือกตั้ง แต่ในครั้งนี้นักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยแวดล้อมอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการขยับของเม็ดเงินลงทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป นักลงทุนสถาบันในประเทศเริ่มทยอยสะสมหุ้นเข้าพอร์ต สะท้อนมุมมองเชิงบวกในระยะกลางถึงยาว ด้านนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้นสะท้อนได้จากเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนตั้งแต่ต้นปี โดยเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นแกนหลักของตลาด ส่วนแรงขายจากนักลงทุนสถาบันซึ่งอาจเป็นกลุ่มประกันหรือกองทุนประกันสังคม เป็นเพียงการปรับสัดส่วนการลงทุนตามรอบปกติ ไม่ได้สะท้อนสัญญาณการลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยแต่อย่างใด

สำหรับกองทุนวายุภักษ์ นางชวินดา กล่าวในฐานะผู้จัดการกองทุนร่วมในการบริหารจัดการกองทุนวายุภักษ์ ว่า ปัจจุบันกองทุนวายุภักษ์ยังมีสภาพคล่องและมีเม็ดเงินพร้อมลงทุนในตลาดหุ้น โดยปรับกลยุทธ์ตามสภาวะการณ์และมูลค่าพื้นฐานของหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งจากผลงานที่โดดเด่นในปีที่ผ่านมาสามารถบริหารจัดการผ่านความผันผวนไปได้และสร้างผลตอบแทนประมาณ 6% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นไทยติดลบ

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–