HoonSmart.com>>ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 3 เดือนติด รวม 13,964 ล้านบาท ม.ค.69+ธ.ค.68 รวม 10,547 ล้านบาท ก.พ.เพียงสามวันเร่งเก็บ 3,416.82 ล้านบาท ดัชนี SET ม.ค.บวก 5.2% สัญญาณบวก บจ.จ่ายปันผล-ซื้อหุ้นคืนปี ’68 สูงสุดประวัติการณ์ PE ต่ำกว่าเอเชีย เงินปันผลสูงแตะ 3.82% อานิสงส์ Election Rally สถิติแจกกำไร 1 เดือนก่อนและหลังเลือกตั้ง ต้นปีนี้ไม่มีแรงขาย LTF เหมือนที่ผ่านมา

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) สิ้นเดือนม.ค. 2569 ปิดที่ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาค ได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ากลับมาซื้อสุทธิเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน เดือนม.ค. จำนวน 4,345 ล้านบาท หากรวมกับที่ซื้อสุทธิเดือนธ.ค. 2568 เป็น 10,547 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อสุทธิของผู้ลงทุนต่างชาติสองเดือนติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 ทั้งนี้เดือนก.พ.เพียง 3 วัน (2-4 ) ซื้อสุทธิอีก 3,416.82 ล้านบาท
ขณะที่หุ้นมูลค่า (Value stock) กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในปี 2569 คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจาก AI และนโยบายกระตุ้นของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มี valuation ค่อนข้างสูง ประกอบกับความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจลดลง ส่งผลให้เห็นสัญญาณเงินทุนเคลื่อนย้ายออกจากสหรัฐฯ ไปยังภูมิภาคอื่น
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ปัจจัยในประเทศดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ ได้แก่ บริษัทจดทะเบียน(บจ.) มีการจ่ายปันผล และการซื้อหุ้นคืนรวมในปี 2568 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หากพิจารณาเฉพาะหุ้นกลุ่มปันผลสูง (SETHD) ยังให้ผลตอบแทนรวม (Total Return) ถึง 11.32% ในปี 2568
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังได้รับปัจจัยหนุนจาก Election Rally ซึ่งจากสถิติในอดีตพบว่า SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วง 1 เดือนก่อนและหลังเลือกตั้ง นอกจากนี้ ในช่วงต้นปีนี้ไม่มีแรงขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เหมือนในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นผู้ซื้อสุทธิเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index ในเดือนม.ค.ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร
ในเดือนม.ค.มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 46,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน แม้ไม่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET และ mai ส่วนผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 53.37% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 29.63% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 10.56% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.44%
ทั้งนี้ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนม.ค.อยู่ที่ 14.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.0 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 14.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 18.2 เท่า ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ระดับ 3.82% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.72%
ด้านภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนม.ค. 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 454,455 สัญญา เพิ่มขึ้น 5.5% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Gold Online Futures และ Silver Online Futures
