HoonSmart.com>>บลจ.กสิกรไทย (KAsset) มองบวก “ตลาดหุ้นอินเดีย” ข่าวดีสหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าเหลือ 18% จาก 50% ช่วยคลายกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ชี้ไม่ใช่จังหวะเข้าลงทุน แนะติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์-บจ.ทยอยแจ้งงบ-ทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติหลังขายหนักช่วงที่ผ่านมา แรงกดดันจากภาษีการค้าสหรัฐฯ
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด (KAsset) เผยมุมมองกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะปรับลดอัตราภาษีเพิ่มเติมที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากอินเดียลงเหลือ 18% จากเดิม 50% หลังจากได้หารือกับนายกรัฐมนตรี Narendra Modi โดยการตัดสินใจครั้งนี้มีผลบังคับใช้ทันที สอดคล้องกับคำมั่นของอินเดียที่จะยุติการซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย
นอกจากนี้ อินเดียตกลงที่จะเดินหน้าลดทั้งภาษีและอุปสรรคการค้า (non-tariff barrier) จากสหรัฐฯ ลงเหลือ 0% พร้อมให้คำมั่นจะจัดซื้อพลังงาน เทคโนโลยี สินค้าเกษตร ถ่านหิน และสินค้าอื่น ๆ จากสหรัฐฯ รวมมูลค่ากว่า 500,000 ล้านดอลลาร์
KAsset มีมุมมอง “บวก” เพิ่มขึ้นสำหรับกรณีดังกล่าว จากประเด็นความกังวลด้าน geopolitics ที่คลี่คลายลง การลดภาษีครั้งนี้ จะช่วยหนุนการส่งออกของอินเดียไปสหรัฐฯ ในขณะเดียวกัน ช่วยเพิ่มโอกาสให้สหรัฐฯ เข้าถึงตลาดอินเดียมากขึ้น
“ยังคงมุมมองเป็น “กลาง” สำหรับช่วงเวลานี้แนะนำให้ “รอติดตามสถานการณ์” (wait-and-see) โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ รวมถึงการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยออกมา และ ทิศทาง fund flow ต่างชาติซึ่งจะเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการพิจารณาลงทุนในระยะถัดไป”
ทั้งนี้ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินรูปีอ่อนค่าต่อเนื่อง จาก Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกราว 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ถูกกดดันจากการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯที่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยปัจจุบัน effective tax rate อยู่ที่ 37.2% ในขณะที่ประเทศอื่นในเอเชียส่วนใหญ่ได้ข้อสรุปตั้งเเต่ปี 2568 ในระยะสั้นการอ่อนค่าของรูปีน่าจะยังกดดันผลตอบเเทนจากการลงทุน
ด้านสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ ปัจจุบัน พบเชื้อในรัฐเวสต์เบงกอล 2 ราย เป็นบุคลากรทางการเเพทย์ ส่วน 3 รายไม่เข้าข่าย เเม้ว่าความรุนเเรงของโรคจะสูงกว่าโควิด แต่การเเพร่ระบาดจำกัดกว่ามาก ปัจจุบันในอินเดียพบเฉพาะกับคนที่มีการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลังของผู้ป่วย แต่ยังไม่พบการเเพร่ระบาดในวงกว้างจากการหายใจเเบบโควิด จึงมองว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะจำกัด อย่างไรก็ตาม อาจกดดัน sentiment การลงทุนระยะสั้น จนกว่าจะมีวัคซีนที่ใช้รักษาได้ เเละมีตัวเลขที่ชัดเจนมากขึ้นว่าในหลายประเทศมีการเเพร่กระจายอยู่ในวงจำกัด
ในขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3 ที่เริ่มประกาศออกมาราว 20% ของบริษัททั้งหมด (ต.ค – ธ.ค 2568) เริ่มเห็นผลประกอบการต่ำกว่าคาดราว 6% เเละเริ่มเห็นการปรับประมาณการ EPS 2569 ลงเล็กน้อย EPS growth ของดัชนี MSCI India ลดลงมาเหลือ 7.5% ซึ่งเป็นสัญญาณชะลอตัวลงจากเดิม ด้าน Valuation ปัจจุบัน ซื้อขายที่ P/E 21 เท่า เทียบกับการเติบโตที่ชะลอตัวลง จึงทำให้ความน่าสนใจลดลง ทำให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลงมากสวนทางภูมิภาคอื่น
