“ทรีนีตี้” มองผลเลือกตั้งชี้ทิศทางหุ้นก.พ. คาดกรอบดัชนี 1,265- 1,380 จุด

HoonSmart.com>> ทรีนีตี้ ชี้เลือกตั้ง 8 ก.พ.!! กำหนดทิศทางหุ้นไทย กรณีผลเลือกตั้งมีแนวโน้มจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว -เสียงไม่ปริ่มน้ำ เชื่อดูดเม็ดเงินนักลงทุนเข้ามาได้ กรณีตรงกันข้าม เสี่ยงเกิดภาวะ “Sell on fact” แนะทยอยขายหุ้นที่มีกำไรบางส่วน-ถือลุ้นบางส่วน พร้อมจับตา “ภาษีทรัมป์ – MSCI – ดอกเบี้ย – กำไร บจ.” วางกรอบดัชนีเดือนก.พ.อยู่ที่ 1,265- 1,380 จุด กลุ่มน่าสนใจแบงก์,ท่องเที่ยว,ไอซีที,ขนส่ง,อาหาร

ณัฐชาต เมฆมาสิน

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยทิศทางการลงทุนหุ้นไทยในเดือนก.พ.69 ว่า คาดดัชนีจะเคลื่อนไหวใน กรอบ แนวรับ ที่ระดับ 1295 จุดและ 1265 จุดตามลำดับ ส่วนแนวต้านประเมินที่ 1350 จุดและ 1380 จุดตามลำดับ ช่วงแรกของเดือนอาจมี Sentiment เชิงลบเกิดขึ้นจากความผันผวนของสินทรัพย์ทั่วโลกเกิดขึ้นหลังจากที่ นาย Kevin Warsh ได้ถูกเสนอชื่อให้ เป็นประธาน Fed คนใหม่ แต่ มองว่า Reaction ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเกินไป จากแนวนโยบายการเงินของ Fed ที่ไม่น่าจะพลิกผันได้ทันทีจากบุคคลคนเดียว โดยผลกระทบน่าจะเกิดขึ้นกับตลาดหรือสินทรัพย์ที่มีการใช้ Leverage ค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมาอย่างเช่นสินค้าโภคภัณฑ์จำพวกโลหะมากกว่า

ในส่วนของหุ้นไทยนั้นคงจะได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะยังพอถูกประคับประคองได้บ้างจากธีม Election rally ก่อนหน้าการเลือกตั้งจริงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้น เชื่อว่าภาพของ SET Index จะถูกขับเคลื่อนด้วยผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นสำคัญ โดยหากผลออกมาเป็นลักษณะของ Landslide victory โดยฟากใดฟากหนึ่ง จนนำมาสู่แนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็ว และเป็นรัฐบาลที่มีเสียงแข็งแกร่ง เชื่อว่านักลงทุนจะตอบรับเชิงบวก และจะส่งผ่านความมั่นใจดังกล่าวมายังแรงซื้อที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักลงทุนต่างชาติ ในทางกลับกัน หากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ออกมาคู่คี่สูสี และนำมาสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่ยืดเยื้อ หรือหากจัดตั้งได้แล้ว เป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพมากพอง เชื่อว่ามีโอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์ Sell on fact ขึ้นในตลาดหุ้นไทยได้ไม่ยาก

นายณัฐชาต กล่าวว่า ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตามในเดือนนี้ มองไปยังความเป็นไปได้ที่ศาลฎีกาสหรัฐฯจะออกคำตัดสิน กรณีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของรัฐบาลปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ว่าเป็นไปอย่างชอบธรรมหรือไม่ หากทราบผลในเดือนนี้ มีโอกาสที่ปัจจัยดังกล่าวจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดพันธบัตรสหรัฐฯรวมถึงเงิน USD ได้

นอกจากนั้น ต้องติดตามการปรับน้ำหนักของดัชนี MSCI ในรอบนี้ ว่าจะมีการปรับลดน้ำหนักของหุ้นไทยในตะกร้าดัชนี MSCI EM อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ของ ทรีนีตี้ ล่าสุดพบว่ามีโอกาสเช่นกัน หลังจากที่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หุ้นไทยยังคงปรับตัว Underperform เมื่อเทียบกับดัชนีนี้อยู่ หากเกิดขึ้นจริง อาจต้องระวังแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ปรากฏขึ้นในช่วงครึ่งเดือนหลังด้วย

ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำพอร์ตการลงทุนที่พอมีกำไรแล้วจากการเข้าซื้อหุ้นไทยที่ดัชนีโซนล่างก่อนหน้านี้ หาจังหวะขายทำกำไรส่วนหนึ่งก่อนหน้าที่จะทราบผลการเลือกตั้ง และแบ่งถือลุ้นอีกส่วนหากผลการเลือกตั้งออกมามีแนวโน้มนำมาสู่รัฐบาลที่มีเสถียรภาพแข็งแกร่ง ซึ่งน่าจะทำให้ภาพการแกว่งตัวของหุ้นกลุ่ม Domestic play มีความโดดเด่นมากขึ้น

สำหรับ กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ได้แก่กลุ่มหุ้นที่ยังคง Laggard ทางด้าน Valuation ซึ่งหากเทียบเคียงระดับปัจจุบันกับเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ดัชนี SET ยังคงอยู่แถวบริเวณ 1230 จุด จะได้ว่า Sector ที่มีความน่าสนใจมากที่สุดจากเกณฑ์นี้จะได้แก่ กลุ่ม BANK, TOURISM, ICT, TRANS และ FOOD เป็นต้น

ขณะที่การลงทุนในเดือนกุมภาพันธ์ทั้งเดือน นักลงทุนจะต้องติดตามปัจจัยสำคัญอื่นอีก เช่น

1.การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์

2.ประเด็นขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งเรื่อง กรรมสิทธิ์ของเกาะกรีนแลนด์ และปัญหาความบาดหมางระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน

3.การประกาศรายชื่อหุ้นสมาชิกของดัชนี MSCI รอบใหม่ ช่วงเช้าตรู่วันที่ 11 ก.พ. ตามเวลาบ้านเรา

4.ผลประชุมกนง.ในวันที่ 25 ก.พ. คาด คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25%

5.ทิศทางของค่าเงินบาท หลังทางการจะบังคับใช้มาตรการลดความผันผวนของการ Trading ทองคำ

6.หุ้นการบินไทย (THAI) พ้นช่วงระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up Period) 6,600 ล้านหุ้นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์

7.ความเสี่ยงที่หุ้น DELTA อาจถูกขึ้นบัญชี Trading alert หากราคายังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระทบกับความดำรงอยู่ของตัวหุ้นในดัชนี SET50/SET100 รอบถัดไป

8.ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก รวมถึงบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ. ต่างๆ ในตลาดหุ้นไทย