“กลุ่มสามารถ” ปักธงปี 69 รายได้ 1.4 หมื่นลบ. ลั่น “เติบโตไร้ขีดจำกัด” ดันผลงานดีที่สุดรอบ 10 ปี

HoonSmart.com>>”กลุ่มสามารถ” (SAMART) ประกาศทิศทางธุรกิจปี 69 ตั้งเป้ารายได้รวมแตะ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 30% ดันกำไรพุ่งดีที่สุดในรอบทศวรรษ รุกเดินหน้าเติบโตไร้ขีดจำกัด ชู 3 กลยุทธ์หลัก ก้าวข้ามความไม่แน่นอน เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ผสานความร่วมมือด้วยกลยุทธ์ M&A ยกระดับศักยภาพทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตั้งเป้าเข้าประมูลงานหลักมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ดันแบ็กล็อกปีนี้ทะลุ 2 หมื่นล้านบาท

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เปิดเผยว่า ปีนี้กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปลดล็อก พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” หรือ Unlock Unlimited Opportunities ด้วยการมองให้ไกล และใหญ่กว่าเดิม โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มสามารถให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่พร้อมเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในทุกโอกาส

แกนกลยุทธ์แรกคือ Unlimited Solutions สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน บนดิน ไปจนถึงระบบสื่อสารเหนือน่านฟ้า ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นหรือบริการใหม่ๆ รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าเดิมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แกน

กลยุทธ์ที่สอง Unlimited Collaborations มุ่งเน้นการผสานความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภายใน และพันธมิตรภายนอก เพื่อพร้อมรุกธุรกิจทุกรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) เพื่อเร่งการเติบโต เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ขยายตลาด ต่อยอดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมพนักงานมืออาชีพจากการขยายธุรกิจ

ส่วนแกนกลยุทธ์ที่สาม Unlimited Opportunities เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนและเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเสริมทัพองค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์

“จากการที่กลุ่มสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีงานในมือ ณ สิ้นปี 2568 อยู่เกือบ 16,000 ล้านบาท ซึ่งจากความสำเร็จและด้วยกลยุทธ์ที่วางแผนไว้ เราจึงมั่นใจตั้งเป้ารายได้ที่ 14,000 ล้านบาท และจะสร้างกำไรให้เติบโตจากปีก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า 75% จากการวางแผนเข้าร่วมประมูลงานหลักรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีจะมีงานในมือทะลุ 20,000 ล้านบาท มั่นใจทั้งรายได้และกำไรปีนี้ของกลุ่มจะดีที่สุดในรอบ 10 ปี” นายวัฒน์ชัย กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ เห็นสัญญาณบวกจากธุรกิจหลักในเครือ ทั้งการรับรู้รายได้จากงานในมือ การเติบโตของโครงการใหม่ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละสายธุรกิจตั้งเป้าหมายรายได้ดังนี้

 

สายธุรกิจ Digital ICT Solutions นำโดย บริษัท สามารถเทลคอม (SAMTEL)

ปัจจุบันมีงานในมือรวมกว่า 6,500 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 6,500 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและผลักดันโครงการขนาดใหญ่ผ่านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อาทิ โซลูชั่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีด้านการป้องกันภัย และการให้บริการระบบหลักขององค์กรแบบระยะยาว ควบคู่การสร้างรายได้ประจำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางธุรกิจ

ทั้งนี้การดำเนินงานอาศัยความร่วมมือของบริษัทในเครือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ครอบคลุมบริการระบบการเงินและธนาคาร, ระบบ ERP, โซลูชั่นองค์กร และ Cybersecurity ร่วมกับพันธมิตรด้าน Digital Technology ชั้นนำระดับสากล ทำให้สามารถออกแบบและบูรณาการโซลูชั่นได้ครบวงจร

บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ AI, Anti-Drone และ Quantum-safe Technology พร้อมต่อยอดจากฐานลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการดูแลระบบหลักขององค์กร เช่น GHB system ระบบ Core Bank ของธนาคารออาคารสงเคราะห์, ระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลักของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และระบบสารสนเทศของกรมที่ดิน รวมถึงการวางแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบ Public Outsourcing Services เพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

 

สายธุรกิจ Utilities & Transportations นำโดย บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น (SAV)

Backlog ณ สิ้นปีมีมูลค่ามากกว่า 8,700 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่มที่ 6,800 ล้านบาท โดยเป็นของบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น (SAV) ประมาณ 2,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% ด้วยโอกาสทางธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะจากการเข้าประมูลโครงการ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท ควบคู่กับรายได้จากบริการ Overflight ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามปริมาณการบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางจากเวียดนามและจีน อีกทั้งแผนการเปิดสนามบินแห่งใหม่ในนครโฮจิมินห์ยังช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะกลางถึงยาว

นอกจากนี้ SAV ยังมุ่งพัฒนาและปรับปรุงระบบด้านการบิน ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงและการกระจายที่มาของรายได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงช่องทางเดียว ส่วนบริษัท เทด้า (TEDA) จะทยอยรับรู้งานโครงการจาก Backlog มูลค่ากว่า 3,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 40%

 

สายธุรกิจ Digital Communications นำโดย บริษัท สามารถดิจิตอล (SDC)

ตั้งเป้ารายได้ ที่ 900 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 57% โดยมีแนวโน้มเติบโตจากการรับรู้รายได้ของโครงข่าย Trunk ซึ่งเป็นรายได้ในรูปแบบ Air-time รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติมในช่วงไตรมาสแรกของปี

นอกจากนี้ SAMART เตรียมเสนอขายหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.10% ต่อปี เพื่อนำเงินชำระคืนหนี้หุ้นกู้ครบอายุ (roll-over) จำนวน 406.40 ล้านบาท และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น จำนวน 443.60 ล้านบาท กำหนดเสนอขายหุ้นกู้วันที่ 3-5 ก.พ.นี้ อันดับความน่าเชื่อถือผู้ออกหุ้นกู้ BBB+

นายวัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้ในปีที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศจะชะลอตัว การเมืองขาดเสถียรภาพ แต่ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของเรายังอยู่ในระดับที่ดี คาดว่าจะมีรายได้รวมที่เติบโตขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนปีนี้คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ดีมากของบริษัท ทั้งการสร้างงานใหม่ การเพิ่มรายได้ และการเติบโตของกำไร ด้วยการเดินเกมรุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากเราจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) แล้ว เรายังเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวด้วย”