BKA พุ่งแรง 16.67% เมินผู้ถือหุ้นล้มเพิ่มทุน ลดขนาดธุรกิจ

HoonSmart.com>>หุ้น”บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป” (BKA) พุ่งแรง สวนทางผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติเพิ่มทุน ยันธุรกิจแข่งขันดุเดือด จำเป็นต้องใช้เงินทุนสูง ปรับกลยุทธ์ขายและสินค้า หวังเพิ่มกำไรมากขึ้น เมื่อไม่มีเงินก็จะต้องลดขนาด-ลดความเร็วบุกธุรกิจ ลั่นการเงินแกร่ง มีเงินสดในมือ 35 ล้านบาท รายได้รอรับรู้ 245 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องดี 4.39 เท่า คาดเซ็นกู้แบงก์เป็นเงินหมุนเวียน  33 ล้านบาท ม.ค.นี้ 

บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป (BKA) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง ซื้อขายที่ 0.84 บาท บวก 0.12 บาทหรือ +16.67% มูลค่าซื้อขาย 3.22 ล้านบาท ณ เวลา 10.21 น.วันที่ 28 ม.ค.2569 ทั้งนี้ BKA เพิ่งเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2568 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

นายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป (BKA) แจ้งว่าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) คร้ังที่1/2569 มีมติไม่อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยบริษัทเคารพการตัดสินใจของที่ประชุมและขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านสำหรับข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ

ปัจจุบันในตลาดมีคู่แข่งทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในระหว่างปี 2568 ทางบริษัทจึงปรับกลยุทธ์ในการขายและสินค้า เพื่อรองรับการขยายช่องทางและโอกาสทางธุรกิจโดยการเพิ่มสัดส่วนการขายบ้านตัด ยกระดับรูปแบบการตกแต่งให้มีความหรูหรา พรีเมี่ยมมากขึ้น การปรับเปลี่ยนการดำเนินการ ต้องใชเ้งินทุนและระยะเวลาในการปรับปรุง ซ่อมแซมที่มากขึ้น  ส่งผลให้จำนวนบ้านที่พร้อมขายในปี 2568 ลดลงแต่จะได้รับผลตอบแทนกำไรในสัดส่วนที่มากขึ้นเช่นกัน และมีการเพิ่มธุรกรรมต่อยอดทางธุรกิจได้แก่การให้บริการรับรีโนเวทบ้าน, ออกแบบและตกแต่งบ้าน และเป็นนายหน้าซื้อขายเช่าคอนโดมิเนียม ซึ่งต้องใช้เงินทุนในการ  ดำเนินการ เพื่อเร่งความเร็วในการสร้างและขยายทีมงาน

” ผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติการเพิ่มทุน ส่งผลให้บริษัทลดจำนวนบ้านตัด ที่จะยกระดับรูปแบบการตกแต่งให้มีความหรูหรา พรีเมี่ยมมากขึ้นและลดความเร็วในการเพิ่มธุรกรรมต่อยอดทางธุรกิจได้แก่ให้บริการรับรีโนเวทบ้าน, ออกแบบและตกแต่งบ้าน และเป็นนายหน้าซื้อขายเช่าคอนโด “นายพชรกล่าว

อย่างไรก็ตามปัจจุบันทางบริษัทยังคงเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยการดำรงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดไม่ต่ำกว่า  35 ล้านนบาท มีรายได้ที่เตรียมการรับรู้จากบ้านพร้อมขายและบ้านที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยประมาณ 245 ล้านบาทและยังคงมีอัตราส่วนสภาพคล่องที่ดี โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 อยู่ที่ 4.39 เท่า ซึ่งไม่ต่างจากปัจจุบันอย่างมีสาระสำคัญ ประกอบกับทางบริษัทอยู่ระหว่างขั้นตอนการเซ็นสัญญาเงินกู้ยืมโดยมีหลักประกันกับธนาคารพาณิชยไทยแห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยวงเงินกู้ยืมหมุนเวียนรวมจำนวน 33 ล้านบาทคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนม.ค. 2569

———————————————————————————————————————————————————–