หุ้นโตเกียว-เอเชียลบ รอข้อมูลเศรษฐกิจจีน ทอง-เงินทำนิวไฮ

HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากสองวันทำการก่อนหน้า หุ้นอ่อนตัวลงในเกือบทุกภาคส่วน นำโดยกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์และหุ้นเทคโนโลยี “ตลาดหุ้นเอเชีย” ร่วง นักลงทุนประเมินภัยคุกคามจากรัฐบาลทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ จับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากจีน

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับตัวลดลงอย่างมาก ต่อเนื่องจากสองวันทำการก่อนหน้า หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบเมื่อวันศุกร์ โดยหุ้นอ่อนตัวลงในเกือบทุกภาคส่วน นำโดยกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์และหุ้นเทคโนโลยี

ในตลาดหลัก Prime Market หุ้นที่นำการปรับตัวลง ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มอุปกรณ์ด้านการขนส่ง และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง

ณ เวลา 8.45 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 53,193.95 จุด ลดลง 742.22 จุด, -1.38%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนประเมินภัยคุกคามจากรัฐบาลทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ในช่วงสุดสัปดาห์ และจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากจีน

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และผู้นำยุโรปได้ตอบโต้กันอย่างตึงเครียด โดยทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรป โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จนกว่าจะมีการตกลงซื้อขายกรีนแลนด์ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ หากยังไม่มีการบรรลุข้อตกลง

ทิม วอเตอร์เรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าวว่า ภัยคุกคามจากมาตรการภาษีต่อประเทศสมาชิก NATO เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับภาพรวมการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ตลาดการเงินเสียสมดุล นักลงทุนต่างระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็จนกว่าจะเห็นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างไรในสัปดาห์นี้

สำหรับสถานการณ์ในเอเชีย ความสนใจอยู่ที่ข้อมูลเศรษฐกิจจากจีน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่สี่ พร้อมกับตัวเลขยอดขายปลีก การลงทุนในเมือง และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเดือนธันวาคม

ตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนยังคงแข็งแกร่งในไตรมาสที่สี่ และมีแนวโน้มที่จะปิดท้ายปี 2025 ด้วยอัตราการเติบโตรายไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดในรอบสามปี โดยการสำรวจของบลูมเบิร์กคาดการณ์GDP จะเติบโต 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในช่วงสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งต่ำกว่า 4.8% ในไตรมาสก่อนหน้า

ภายใต้สถานการณ์ ที่เลี่ยงความเสี่ยงทำให้ความต้องการสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ราคาสปอตของโลหะเงินและทองคำต่างก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้นกว่า 4.17% มาอยู่ที่ 93.7 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทองคำปรับตัวสูงขึ้น 1.8% มาอยู่ที่ 4,676.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ลดลง 0.2% เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.3% สู่ระดับ 1.1631 ดอลลาร์ เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น 0.4% สู่ระดับ 157.53 เยนต่อดอลลาร์ เงินหยวนออฟชอร์แข็งค่าขึ้น 0.1% สู่ระดับ 6.9584 หยวนต่อดอลลาร์

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,095.73 จุด ลดลง 6.17 จุด, -0.15%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,587.05 จุด ลดลง 257.91 จุด, -0.96%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 4,849.77 จุด เพิ่มขึ้น 9.03 จุด, +0.19%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 31,404.62 จุด ลดลง 4.08 จุด, -0.01%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 0.04 ดอลลาร์ หรือ 0.07% ซื้อขายที่ 59.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 0.06 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ซื้อขายที่ 64.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–