HoonSmart.com>>อย่าเพิ่งดีใจ! หุ้นยังไม่ถึงเวลาพลิกเป็นขาขึ้น 3 โบรกฯฟันธง แค่ดูดีขึ้นเพราะถูก ปันผลสูงติด Top 3 ในอาเซียน ใกล้เลือกตั้ง Election Rally ต่างชาติลุยซื้อ 3 วันติด 8,369 ล้านบาท จากเงินไหลเข้าเอเชีย หนุนดัชนี SET ครึ่งเดือนม.ค.69 เพิ่มขึ้น 1.26% เน้นตัวใหญ่ดัน SET 50 บวก2.41% ลุ้นผ่าน 1,320 โมเมนตัมดี ชู 17 หุ้นเด่น ADVANC, TRUE, PTT, STECON, WHA, GULF, BGRIM, GPSC, ADVANC, IVL, PTTGC, BDMS, TISCO, SAWAD, AMATA, BA, CPALL

นักลงทุนเริ่มมีความหวังว่าตลาดหุ้นไทยเริ่มพลิกกลับเป็นขาขึ้น หลังจากเห็นนักลงทุนต่างชาติเดินหน้าซื้อหนักๆ 3 วันติดต่อกัน (14-16 ม.ค.2569) รวมทั้งสิ้น 8,368.94 ล้านบาท เนื่องจากเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย ผลักดันดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET) ขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,275.60 จุด รวมครึ่งเดือน ม.ค.เพิ่มขึ้น 15.93 จุด หรือ +1.26% เทียบกับสิ้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 2,770.50 ล้านบาท โดยพุ่งเป้าหุ้นขนาดใหญ่ ส่งผลให้ดัชนี SET 50 ปิดที่ 855.83 จุด เพิ่มขึ้น 20.16 จุด +2.41% มากกว่าตลาดโดยรวม หลังจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงติดต่อกันหลายปี
สำนักข่าว”หุ้นสมาร์ท”สำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ 3 รายถึงโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะพลิกเป็นขาขึ้นเป็นปีแรก หลังจากไหลลงแรงติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี ได้คำตอบเบื้องต้นว่ายังเร็วเกินไป เพราะไม่มีปัจจัยบวกใหม่สนับสนุน
นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติมองหุ้นไทยมี Valuation ที่ถูกมาก และงบการเงินของกลุ่มแบงก์ที่ประกาศออกมาก็ไม่แย่ มองเดือนม.ค.เป็นช่วงของการเก็บหุ้นก่อนที่จะประกาศจ่ายปันผล ตลาดหุ้นไทยให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงติด Top 3 ในอาเซียน และเดือนก.พ.จะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศ นักลงทุนที่มอง Valuation จริง ก็กลับมาซื้อก่อน
นักลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นที่ราคาถูก และดี แม้จะไม่ดีมาก แต่ถือว่าหุ้นถูก และตอนนี้ใกล้หมดเวลาสุญญากาศทางการเมืองแล้ว ต่างชาติจึงเข้ามาลงทุนก่อนการเมืองมีความชัดเจน ทำให้ราคาหุ้นที่อิงเลือกตั้งปรับตัวขึ้น ทั้งค้าปลีก, อสังหาริมทรัพย์, นิคมอุตสาหกรรม ส่วนรับเหมาก่อสร้าง ยังพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะ ITD มีปัญหาเรื่องเครนถล่มอยู่
นอกจากนี้ ปัจจัยต่างประเทศ Sentiment ไม่ได้เป็นลบ ค่อนไปทางบวก จีนมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนสหรัฐฯเรื่องความขัดแย้งกับประเทศอื่น ๆ ดูจะเบาลง ทำให้มีการปลดล็อกกลุ่มเทคโนโลยี
“หุ้นขึ้นเพราะราคาถูก หลังจากที่ปรับตัวลงไปเยอะ และยังมีความคาดหวังการเลือกตั้ง ทำให้ 2-3 วันมานี้นักลงทุนช็อปหุ้นถูก และไทยไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงแต่ยังไม่มีอะไรใหม่ ซึ่งมองตลาดกลับมาฟื้น แต่ยังคงแกว่งแถว 1,280-1,300 จุด ถ้ายังไม่มีข้อมูลบวกมาเพิ่ม”นายสุโชติกล่าว
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจลงทุน สำหรับบริษัทที่งบฯไตรมาส 4/2568 ดี มองกลุ่มสื่อสาร ทั้ง ADVANC, TRUE ส่วนหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนปันผลดี มองกลุ่มธนาคาร และ PTT สำหรับ Data Center ปีนี้จะมีการลงทุนมาก ดีต่อรับเหมาฯ หุ้นเด่น STECON, นิคมฯ แนะนำ WHA และกลุ่มไฟฟ้าแนะนำ GULF, BGRIM, GPSC
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.กรุงศรี กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยดีขึ้นหลังจากที่มีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องในช่วงนี้ แต่ตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง ก็สนับสนุน Long Term Fund ในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับการลงทุนหุ้น
สำหรับแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ เป็นผลจากการมองเศรษฐกิจโลกปี 2569 เติบโตช้าลงชัดเจน และทิศทางอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับตัวลง จึงเห็นการโยกเม็ดเงินลงทุนเข้ามาฝั่งเอเชีย โดยเงินไหลเข้าไปที่อินโดนีเซีย, จีน, ฟิลิปปินส์, เกาหลี, ไต้หวัน ส่วนแรงซื้อหุ้นไทยจุดเริ่มต้นเป็นไปได้ที่จะมาจากการจัดสัมมนาของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
“รอบนี้มองหากดัชนีหุ้นผ่าน 1,320 จุดได้โมเมนตัมจะดีขึ้น โดยกรอบสัปดาห์นี้แนวต้านอยู่แถว 1,300-1,310 จุด ส่วนแนวรับ 1,260-1,250 จุด โดยหุ้นที่อิงการเลือกตั้งเริ่มดีขึ้น ทำให้มีโอกาสที่จะเกิด Election Rally แต่อาจเป็นลักษณะของการเล่นเก็งกำไร สำหรับหุ้นเด่นรอบนี้มองเป็นหุ้น GULF, ADVANC, IVL, PTTGC, BDMS”นายกรภัทรกล่าว
น.ส.ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติจะซื้อสุทธิต่อเนื่องในช่วงนี้ แต่ยังไม่มองตลาดหุ้นไทยเป็นขาขึ้น มองแค่การโยกเม็ดเงินลงทุนเข้ามาตลาดเอเชียบ้าง หลังจากปัจจัยนอกประเทศค่อนข้างผันผวน และไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง จึงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยตลาดเอเชียให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลดีกว่าที่อื่น โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนจากปันผลในอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค และ Valuation ก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับฝั่งสหรัฐฯ
ทั้งนี้ มอง Election Rally และทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง จะหนุนตลาด โดยมองหุ้นน่าสนใจเป็นหุ้นในกลุ่มค้าปลีก, ธนาคาร, ไฟแนนซ์, นิคมฯ, สื่อสาร หุ้นที่น่าลงทุนยังเป็นธีมหุ้นเดิม คือ TISCO, SAWAD, AMATA, GULF, BA, CPALL อย่างไรก็ดี ช่วงนี้หุ้นกลุ่ม China Plays มีการเทรดกันอย่างคึกคัก เป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน ล่าสุดมีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย

