HoonSmart.com >> บล. CGSI แนะ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” (Overweight) กลุ่มนิคมฯ เนื่องจาก FDI ที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมดิจิทัลจะช่วยหนุนรายได้ประจำในระยะยาว ปัจจุบันกลุ่มนิคมฯ ซื้อขายใกล้เคียงกับ P/E ล่วงหน้าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 13 เท่า ชู AMATA เป็นหุ้น Top Pick

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ไม่ได้มอง Data Centre (DC) เป็นเพียงปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้เท่านั้น แต่ยังพิจารณาจากมุมมองที่ว่า “โครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึง พลังงานหมุนเวียน (RE) มีอยู่อย่างจำกัด”
ปัจจุบัน ประเทศไทยเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองโครงการ DC มากขึ้น โดยหันมาเน้นด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน จากเดิมที่เน้นปริมาณ
ขณะที่เชื่อว่าหลักเกณฑ์ใหม่ในการคัดกรองโครงการของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดูจะให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการ DC ประเภท Hyperscaler มากกว่า DC ประเภทอื่น ๆ
นอกจากนี้ มองว่า WHA และ AMATA ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านที่ดิน รวมถึงโซลูชันด้านพลังงานไฟฟ้า น้ำ และพลังงานหมุนเวียน จะได้ประโยชน์จากหลักเกณฑ์ใหม่ของไทย
ทั้งนี้ ไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจลงทุนใน DC จึงประมาณการว่าความจุ (capacity) ของ DC ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7GW ภายในปี 73 โดยเชื่อว่า EEC ไม่มีความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านการจัดหาไฟฟ้าในพื้นที่ เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ขยายระบบสายส่งเพื่อให้รองรับความต้องการไฟฟ้าได้ถึง 3.8GW อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนผ่านการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA)
ขณะที่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (Captive) และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รวมทั้งการต่ออายุ PPA ของโรงไฟฟ้าเก่าอีก 5–10 ปี อาจช่วยรองรับการลงทุนใน DC ระลอกถัดไป
ส่วนความมั่นคงด้านน้ำ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกทำเล DC ในอนาคต โดย EASTW ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการน้ำรายใหญ่ที่สุดใน EEC ประเมินว่าอุปทานและอุปสงค์น้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านลบ.ม. และ 350 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับในปี 74 ซึ่งส่วนต่างที่ 117–184 ล้าน ลบ.ม. ต่อปีในปี 69–74 ทำให้เชื่อว่าปริมาณน้ำใน EEC ยังสามารถรองรับความต้องการน้ำเพิ่มเติมจากการลงทุนใน DC ในอนาคต
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI มองว่า WHA และ AMATA น่าจะมีส่วนแบ่งรวมกันสำหรับการลงทุนใน DC ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 15.4% ในปี 68 เป็น 56.5% ในปี 80 เนื่องจากการอนุมัติโครงการ DC มีความเข้มงวดมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมีความต้องการที่ดินเพิ่มขึ้นจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนและห่วงโซ่อุปทาน AI & DC ซึ่งเชื่อว่า DC จะเป็นกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขายที่ดิน โดยคิดเป็น 39.4% ของยอดขายที่ดินใหม่ของ AMATA และ WHA ในปี 69 และ 23.9% ในปี 70
อีกทั้งประเมินว่า รายได้จากการให้บริการน้ำแก่ DC ของ WHA และ AMATA จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 32.7% และ 5.5% ของรายได้รวมจากธุรกิจสาธารณูปโภคในปี 74 เทียบกับเพียง 1.3% และ 1.2% ในปี 67 ตามลำดับ และยังคาดว่ารายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของ WHA อาจมี Upside เพิ่มเติมอีก 33.2–41.1% ในปี 71–74 จากการขายไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนให้กับ DC ผ่าน Direct PPA
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” (Overweight) กลุ่มนิคมฯ เนื่องจาก FDI ที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมดิจิทัลจะช่วยหนุนรายได้ประจำในระยะยาว ปัจจุบันกลุ่มนิคมฯ ซื้อขายใกล้เคียงกับ P/E ล่วงหน้าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 13 เท่า
ขณะที่เลือก AMATA เป็นหุ้น Top Pick เพราะบริษัทฯ อาจมี Upside เพิ่มเติมจากส่วนแบ่งที่สูงขึ้นในตลาด DC และส่วนต่างระหว่าง P/E ของบริษัทฯกับ WHA หดแคบลง โดย AMATA มีความชัดเจนในการทำรายได้สูง รวมทั้งมียอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง 69
มองว่ากลุ่มนิคมฯ จะมีปัจจัยหนุนหากได้ข้อสรุปเรื่อง Direct PPA ส่วน Downside Risk จะมาจากปัญหาคอขวดของระบบสายส่งไฟฟ้า และความล่าช้าในการอนุมัติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของจีน
