HoonSmart.com>>หุ้น CK และ STECON พุ่งขึ้น-เทรดคึกคัก หวังส้มหล่น ! หากรัฐฯขึ้นบัญชีดำ ITD หลังเกิดเหตุเครนถล่มถึง 2 โครงการ บล.เมย์แบงก์ ประเมินเหตุดังกล่าวผลกระทบต่อกำไรแบงก์จำกัด
เมื่อเวลา 11.02 น.หุ้น CK และ STECON พุ่งขึ้นด้วยวอลุ่มเทรดที่เข้ามาอย่างคึกคัก นำโดยหุ้น CK พุ่ง 7.44% มาที่ 13 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท มูลค่าซื้อขาย 158.48 ล้านบาท
หุ้น STECON พุ่ง 5.07% มาที่ 7.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท มูลค่าซื้อขาย 222.37 ล้านบาท
ขณะที่หุ้น ITD ดิ่ง 10% มาที่ 0.18 บาท ลดลง 0.02 บาท มูลค่าซื้อขาย 11.38 ล้านบาท
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นบวกและลบ โดยสำหรับประเด็นแรก หากรัฐมีการขึ้นบัญชีดำ ITD จริง มองว่าจะเป็นบวกต่อผู้รับประกอบการรับเหมารายอื่น โดยเฉพาะ CK และ STECON จากทิศทางแข่งขันประมูลงานก่อสร้างลดลง ขณะที่สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.7 หมื่นล้านบาท ที่กลุ่ม JV CK และ STECON ได้มีการว่าจ้าง ITD สัญญารับเหมาช่วง ปัจจุบันกลุ่ม JV ยังไม่ได้มีการตัดสินใจหาก ITD โดนขึ้นบัญชีดำจากรัฐบาล แต่มองว่ากรณีที่กลุ่ม JV ต้องดึงงานกลับมาดำเนินการเอง เชื่อว่าจะไม่กระทบ progress โดยรวมและกลุ่ม JV จะสามารถจัดการได้
นอกจากนี้ ประเด็นที่รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่าอาจระงับก่อสร้างโครงการภายใต้กระทรวงคมนาคมทุกไซต์ชั่วคราว มองว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้น และมีโอกาสที่จะพิจารณาเป็นกรณี ขณะที่ปัจจุบันรัฐยังไม่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้สำหรับกลุ่มรับเหมา คงน้ำหนัก “Neutral”และ Top pick ได้แก่ STECON (ซื้อ/เป้า 10 บาท) จากกำไรปกติไตรมาส 4/2568 และ 2569 ขยายตัวดี และมี catalyst จากโอกาสได้งานใหม่เพิ่มจาก
ภาคเอกชน
ด้านบล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุ ประเด็นเครนก่อสร้างถล่ม 2 โครงการ (โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่โคราช และโครงการก่อสร้างถนนพระราม 2) ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยผู้รับเหมาหลักคือ ITD ซึ่งแนวทางล่าสุด นายกฯ เผยเตรียมยกเลิกสัญญาของ 2 โครงการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อ ITD
นอกจากนี้ อาจมีความกังวลต่อธนาคารผู้ปล่อยกู้ ซึ่งมองผลกระทบจํากัดเพราะจากข้อมูล ณ สิ้นงวดไตรมาส 3/2568 ITD มีหนี้สินจากสถาบันการเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ธนาคารที่ปล่อยกู้ KTB ได้มีการตั้งสํารองหนี้ที่เกี่ยวกับ ITD ทั้งหมดแล้ว ขณะที่ธนาคารอื่น ๆ BBL SCB และ KBANK คาดว่าช่วงที่ผ่านมาตั้งสํารองไปเพียงพอจึงประเมินผลกระทบต่อกำไรจำกัด
