ดาวโจนส์ปิดบวก 86 จุด เมินการสอบสวนประธานเฟด

HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 ดัชนีหลักปิดบวก ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 86 จุด ควงดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของวัน ขึ้นมาปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวัง มองข้ามความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังอัยการสหรัฐเปิดการสอบสวนทางอาญา “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟด ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” ขยับขึ้นต่อ “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 9 มกราคม 2569 และดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของวันและแตะระดับ all-time highs ใหม่มาปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวัง แต่นักลงทุนโดยส่วนใหญ่แล้วมองข้ามความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ หลังจากที่อัยการสหรัฐเปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวลล์ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,590.20 จุด เพิ่มขึ้น 86.13 จุด, +0.17%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,977.27 จุด เพิ่มขึ้น 10.99 จุด, +0.16%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,733.90 จุด เพิ่มขึ้น 62.55 จุด, +0.26%

ดัชนีหลักๆ ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของวัน โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้น Walmart และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัว ที่ระดับต่ำสุดของวัน ดัชนี Dow Jones ลดลงเกือบ 500 จุด และดัชนี S&P 500 ลดลง 0.5% นอกจากนี้ดัชนี Russell 2000 ยังทำสถิติสูงสุดตลอดกาลใหม่ด้วย

หุ้น Walmart เพิ่มขึ้น 3% ก่อนการถูกรวมเข้าสู่ดัชนี Nasdaq-100 และนำในการปรับตัวขึ้นของกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งอาจได้รับแรงหนุนโดยรวมจากนโยบายของทรัมป์ในการลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต รวมถึงราคาน้ำมัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในปลายปีนี้

ตลาดหุ้น ตกอยู่ในแรงกดดันหลังจากที่พาวเวลล์ยืนยันในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอโดยตรงเมื่อเย็นวันอาทิตย์ว่า อัยการรัฐบาลกลางได้เปิดการสอบสวนทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับคำให้การของเขาต่อคณะกรรมการการธนาคารของวุฒิสภาเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ พาวเวลล์กล่าวว่าการสอบสวนครั้งนี้เป็นอีกความพยายามหนึ่งของทรัมป์ที่จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลาง และเขาจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันดังกล่าว วาระการดำรงตำแหน่งประธานของเขาจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม

“การขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญาเป็นผลมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยพิจารณาจากสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนมากที่สุด แทนที่จะทำตามความต้องการส่วนตัวของประธานาธิบดี” พาวเวลล์เขียนในแถลงการณ์ โดยอธิบายว่าข้อกังวลที่ระบุไว้ในหมายเรียกนั้นเป็นเพียง “ข้ออ้าง”

คำเรียกร้องของทรัมป์ที่จะจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% เป็นเวลาหนึ่งปี ก็สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดในช่วงต้นสัปดาห์เช่นกัน นักวิเคราะห์เกรงว่าแผนของทรัมป์ในการช่วยเหลือด้านการเงินจะส่งผลเสียและจำกัดการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค รวมถึงผลกำไรของธนาคารด้วย หุ้นธนาคารได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยหุ้นCitigroup ลดลงประมาณ 3% หุ้น JPMorgan และ Bank of America ต่างลดลงกว่า 1% หุ้น Capital One
ร่วงลง 6%

ขณะเดียวกันนักลงทุนเตรียมพร้อมสำหรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อในเดือนธันวาคม ซึ่งจะมีการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันอังคาร โดยคาดว่าอาจต่ำกว่า 3% ตลาดส่วนใหญ่จึงคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ หลังจากรายงานการจ้างงานเดือนธันวาคมเมื่อวันศุกร์แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงชะลอตัวลงโดยไม่ส่งสัญญาณถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ยังคาดหวังว่าผลประกอบการที่จะรายงานในสัปดาห์นี้จะค่อนข้างดี ดังนั้นในระยะสั้นตลาดจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากการสอบสวนประธานเฟดซึ่งจะส่งผลในระยะยาว

อย่างไรก็ตามตลาดบางสินทรัพย์ได้รับผลกระทบจากการสอบสวนเฟดมากกว่า โดยราคาทองคำ และโลหะเงินพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนแห่กันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย พันธบัตรปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐ ก็อ่อนค่าลงเช่นกัน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ปรับขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากภัยคุกคามจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จะดำเนินคดีกับนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางอีกครั้ง

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 610.95 จุด เพิ่มขึ้น 1.28 จุด, +0.21%
ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,140.70 จุด เพิ่มขึ้น 16.10 จุด, +0.16%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,358.76 จุด ลดลง 3.33 จุด, -0.04%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,405.34 จุด เพิ่มขึ้น 143.70 จุด, +0.57%

ดัชนี DAX ของเยอรมนี ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 10 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 ตลาดหุ้นภูมิภาคอื่นๆ ส่วนใหญ่ปิดทรงตัว

ความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจผลักดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนปรับตัวสูงขึ้น และยังได้ประโยชน์จากความต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูง

บริษัทโลหะมีค่าอย่าง Aurubis และ Fresnillo เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด

ตลาดกำลังเผชิญกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการที่สหรัฐฯ เข้ายึดครองเวเนซุเอลา และความรุนแรงในอิหร่าน หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศปรับตัวขึ้น 0.5% ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7

ดัชนีความผันผวนของยูโร STOXX ปรับตัวขึ้น 0.68 จุด สู่ระดับ 16.2 ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุน เป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน

หุ้น Heineken ร่วงลง 4.1% สู่ระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน หลังจากที่บริษัทผู้ผลิตเบียร์สัญชาติเนเธอร์แลนด์ประกาศว่า ดอล์ฟ ฟาน เดน บริงค์ ซีอีโอ จะลาออกจากตำแหน่ง

นักลงทุนประเมินผลประกอบการรายไตรมาสจากกลุ่มยานยนต์ หุ้น Porsche ร่วงลง 6% จากความกังวลว่าประมาณการผลประกอบการของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์หรูอาจสูงเกินไป ขณะที่Volkswagen ลดลง 1.3% จากการส่งมอบรถยนต์ลดลง 4.9% ในไตรมาสที่สี่ของปี 2025

ส่วนหุ้นธนาคารพลิกกลับมาฟื้นตัวหลังจากที่ทรัมป์เรียกร้องเมื่อวันศุกร์ให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% เป็นเวลาหนึ่งปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 59.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 53 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 63.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–