HoonSmart.com>>ส่องผลงาน “กองทุน” ปี 68 ท่ามกลางความผันผวนตลอดปีหนุน “โลหะมีค่าเงิน-ทองคำ” สร้างผลตอบแทนสุดปัง “กองทุน KT-PRECIOUS” บลจ.กรุงไทย ขึ้นแท่นผลงานสูงสุด 163% รองลงมา “กองทุน DAOL-GOLDRMF” บลจ.ดาโอ ผลตอบแทน 154.82% ฟาก “ตลาดหุ้นเกาหลี-หุ้นแบงก์ยุโรป-หุ้นกลุ่มนวัตกรรมจีน” ผงาดติดท็อปเทนผลตอบเด่น

ปี 2568 ที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งความผันผวนของการลงทุน “โลหะมีค่าอย่าง เงิน และ ทองคำ” กลายเป็นดาวเด่นสร้างผลตอบแทนสูงสุด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ หลัง “ทรัมป” ประกาศนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ในไตรมาส 2 สร้างความปั่นป่วนทั่วโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รอบใหม่ รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเข้าสู่โหมดการลงทุนขนาดใหญ่ในกลุ่ม AI และวงจรดอกเบี้ยที่เริ่มผ่อนคลายในบางภูมิภาค
หลังความกังวลต่อภาษีการค้าและความตึงเครียดเริ่มคลายลง ส่งผลให้ตลาดการเงินในปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ “Everything Rally” สินทรัพย์เสี่ยงส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก ทั้งตลาดหุ้นตลาดตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะโลหะมีค่าที่มีเงินทุนไหลเข้าอย่างโดดเด่น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงก็ช่วยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงอีกด้าน
ในขณะที่ “ตลาดหุ้นไทย” ผลตอบแทนอ่อนแอสวนทางตลาดโลก ดัชนี SET ติดลบ 10.04% นับเป็นการติดลบต่อเนื่อง 3 ปีติด สะท้อนจากเศรษฐกิจที่โตต่ำ ปัจจัยการเมืองในประเทศและความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา
สำหรับ “สินทรัพย์” ที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ โลหะมีค่าอย่าง “เงิน” ผลตอบแทนสูงถึง 168.32% , ตลาดหุ้นเกาหลี (ดัชนี KOSPI) อยู่ที่ 75.63% , ทองคำ 66.52% ,ตลาดหุ้นเวียดนาม (ดัชนี VN30) อยู่ที่ 39.48% ,ตลาดหุ้นฮ่องกง (ดัชนี HSI) อยู่ที่ 28.89%
ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 21.17% ,ดัชนี ACWI World อยู่ที่ 21.24% ,ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 17.25% ,ตลาดหุ้นยุโรป (ดัชนี Stoxx600) อยู่ที่ 16.78% ,ตลาดหุ้นอินเดีย (ดัชนี NIFTY50) พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ที่ 8.57%, ตลาดหุ้นอินเดีย (ดัชนี SENSEX) อยู่ที่ 7.86% , พันธบัตรรัฐบาลไทย 7.48%, บิทคอยน์ ติดลบ 6.00% และตลาดหุ้นไทย (ดัชนี SET) ติดลบ 10.04% (ข้อมูล บล.ทิสโก้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-30 ธ.ค.2568)

สำหรับ “กองทุนรวม” ที่ทำผลงานได้สูงสุดในปี 2568 โดย 10 อันดับแรกลงทุนใน ทองคำ โลหะมีค่าเงิน เหมืองทองคำและเงิน หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมโลหะ-เหมืองแร่ ตลาดหุ้นเกาหลี หุ้นกลุ่มธนาคารในยุโรป หุ้นกลุ่มนวัตกรรมจีน เป็นต้น
10 อันดับกองทุนผลตอบแทนสูงสุดปี 2568 ข้อมูลบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568 ได้แก่
อันดับ 1.กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้ (KT-PRECIOUS) ผลตอบแทน 163.05% เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Franklin Gold and Precious Metals Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทองคำและโลหะมีค่า เช่น แพลทินัม พาลาเดียม และเงิน เป็นหลัก
อันดับ2.กองทุนเปิด ดาโอ โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (DAOL-GOLDRMF) ผลตอบแทน 154.82% อันดับ 3.กองทุนเปิด ดาโอ โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ (DAOL-GOLDRMF) ผลตอบแทน 153.20% ทั้งสองกองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Jupiter Asset Management Series Plc. – Jupiter Gold & Silver Fund (กองทุนหลัก) Class I (USD) ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ เพียงกองทุนเดียวเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทองคำและเงิน เช่น การสำรวจ พัฒนา และผลิต ทั้งในรูปแบบทองแท่ง เงินแท่ง และหุ้นเหมือง
อันดับ4.กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี (SCBKEQTG) ผลตอบแทน 82.34% อันดับ อันดับ 5.กองทุนเปิด ดาโอ เกาหลี อิควิตี้ (DAOL-KOREAEQ) ผลตอบแทน 71.00% อันดับ 6.กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ยูโรเปียน แบงค์ (M-EUBANK) ลงทุนหุ้นแบงก์ในยูโรป ผลตอบแทน 70.43%
อันดับ 7.กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เอ แชร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ (UCI) ผลตอบแทน 69.42% นโยบายลงทุนหุ้นนวัตกรรมจีน ลงทุนหุ้นนวัตกรรมจีน ลงทุนหุ้นนวัตกรรมจีน เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ United China A-Shares Innovation Fund – Class A USD Acc (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
อันดับ8.กองทุนเปิดพรินซิเพิล เกาหลี อิควิตี้ (PRINCIPAL KEQ) ผลตอบแทน 67.24% อันดับ 9. กองทุนเปิด แอล เอช ฟันด์ ไทย ไพรเวทอิควิตี้ 1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (LH-THAPE1UI) ผลตอบแทน 62.86% เน้นลงทุนในหน่วย Private equity โดยไม่จำกัดอัตราส่วน สามารถมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย Private equity สูงสุด 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนจะเน้นลงทุน Fullerton Thai Private Equity Fund ซึ่งเป็นกองทุนย่อย (“Sub-Fund”) ภายใต้ Fullerton Alternative Fund 2 VCC ที่จัดตั้งขึ้นในลักษณะของบริษัทจำกัดความรับผิดในรูปแบบของ Umbrella Variable Capital Company ภายใต้กฎหมายของประเทศสิงคโปร์ (“VCC”)1
อันดับ 10.กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เมทัล แอนด์ ไมน์นิ่ง ฟันด์ (KT-MINING) ผลตอบแทน 62.76% โดยกองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรมที่มุ่งลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโลหะ และเหมืองแร่ โดยเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Allianz Global Metals and Mining (กองทุนรวมหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
อ่านข่าว
https://hoonsmart.com/archives/397962
———————————————————————————————————————————————————–

