บล.เมย์แบงก์เพิ่มน้ำหนักกลุ่มไฟฟ้า ชู BCPG-GULF เด่น อัพ CKP เป็น 4 บาท

HoonSmart.com>>บล.เมย์แบงก์ฯเพิ่มคำแนะนำกลุ่มโรงไฟฟ้าเป็น “มุมมองเชิงบวก” กลับมาเป็นหุ้นเชิงรับ(defensive) เต็มตัวอีกครั้งโอกาสจาก PDP เพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ เชียร์หุ้นเด่น BCPG คาดกำไรหลักจะเติบโตสูงสุดในกลุ่มที่ 63% ตามด้วย GULF จะได้รับประโยชน์หลักจาก PDP ใหม่ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย CKP เป็น 4 บาท จาก 3.70 บาท หั่นเป้า  EGCO ลง 23% เหลือ 100 บาท จาก 130 บาท

บล.เมย์แบงก์(ประเทศไทย) ปรับเพิ่มคำแนะนำกลุ่มโรงไฟฟ้าจาก “เท่าตลาด” เป็น “มุมมองเชิงบวก” ด้วย 3 เหตุผลหลัก

1) คาดว่าจะไม่เกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างค่าไฟฟ้าและต้นทุนพลังงานทำให้กลุ่มกลับมาเป็นหุ้นเชิงรับ (defensive) อย่างแท้จริง

2) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะภายในปีนี้  คาดแผนกำลังผลิตใหม่สูงกว่าร่างเดิมปี 2567 อย่างมีนัยสำคัญ

3) คาดว่ากำไรหลักต่อหุ้น (core EPS)เฉลี่ยของกลุ่มจะเติบโต 20% YoY

“เราคาดว่า PDP ฉบับใหม่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะภายในปีนี้ โดยมีสมมติฐานความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการเร่งตัวของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังการปรับแก้ร่าง PDP 2024 ส่งผลให้คาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak load) และการเพิ่มกำลังผลิตใหม่ทั้งโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมและพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในแผน สนับสนุนการเติบโตของกลุ่ม แม้คาดว่าจะยังไม่มีการเปิดประมูลโครงการใหม่ในปีเดียวกัน

นอกจากนี้ยังคาดว่าสเปรดค่าไฟฟ้า (spark spread) ในปี 2569 จะมีเสถียรภาพ จากราคาก๊าซที่ปรับลดลง โดยราคาก๊าซในประเทศมีแนวโน้มลดลงตามราคาน้ำมันที่อ่อนตัว ขณะที่ก๊าซ LNGนำเข้าเผชิญแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินทั่วโลก คาดราคาก๊าซของโรงไฟฟ้า SPP  จะอยู่ที่ 300 บาท/ล้านบีทียู (-6.3% YoY) ขณะที่การปรับลดค่า Ft ล่าสุดของ กกพ. ทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงมาอยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย สะท้อนต้นทุนก๊าซที่ลดลง กลไกการส่งผ่านต้นทุนพลังงานกลับมาทำงานตามปกติ ส่งผลให้ spark spread กลับมาอยู่ที่ 1.3–1.6 บาท/หน่วย ทำให้กลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาเป็นหุ้นเชิงรับอย่างเต็มตัว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เลือก BCPG เป็นหุ้นเด่นอันดับหนึ่ง คาดว่ากำไรหลักจะเติบโตสูงสุดในกลุ่มที่ 63% จากอัตราค่าความพร้อมจ่าย (capacity payment) ในตลาด PJM ที่อยู่ในระดับสูงอย่างน้อยถึงเดือนพฤษภาคม 2571 ปัจจุบัน BCPG ซื้อขายที่ P/E ปี 2569 เพียง 9.0
เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 15.1 เท่า

ขณะที่ GULF เป็นตัวเลือกอันดับสอง ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจาก PDP ใหม่ ทั้งโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมและพลังงานหมุนเวียนจากประวัติความสำเร็จในการชนะการประมูล คาดว่ากำไรหลักจะเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2568-2573 หนุนโดยโครงการใหม่ในแผนรวม 2.6 กิกะวัตต์ (GWe)

นอกจากนี้ยังคงแนะนำซื้อหุ้น CKP ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้น 8% จากเดิมให้ไว้ 3.70 บาท เป็น 4 บาท และปรับลดเป้าหมาย EGCO ลง 23% เหลือ 100 บาท จาก 130 บาท

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–