HoonSmart.com>>สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน คาด SET ปี’69 ฟื้นต่อเนื่อง ไตรมาสแรกแตะ 1,322 จุด สิ้นปี 1,389 จุด ด้าน EPS เพิ่มขึ้น 5.04 บาท ยืนที่ 91.17 บาทต่อหุ้น ผลจากต้นทุนดอกเบี้ยลด ย้ำปันผลไว้ใจหุ้นไทย ลุ้น Event Play เลือกตั้ง ดึงเงินต่างชาติ 6 หมื่นล้านบาท
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) คาดว่าดัชนีหุ้นไทยสิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 1,322 จุด และสิ้นปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1,389 จุด โดยมีกรอบสูงสุดที่ 1,427 จุด และต่ำสุดเฉลี่ยที่ 1,187 จุด

ปัจจัยบวกที่หนุนตลาดมาจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจ 91.3% มองว่าเป็นผลบวก ตามด้วยอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ 82.6% และการเมืองในประเทศ 60.9% ขณะที่ปัจจัยลบหลักคือเศรษฐกิจในประเทศ 60.9% การเมืองต่างประเทศ 56.5% และเศรษฐกิจโลก 50%

ด้านกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปี 2569 คาดอยู่ที่ 91.17 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 5.85% โดย EPS Growth เฉลี่ยอยู่ที่ 6.38% จากปี 2568 EPS ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 86.13 บาทต่อหุ้น ดีจากปี 2567 เล็กน้อย
สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนปี 2569 สมาคมฯ แนะนำถือเงินสดและเงินฝากระยะสั้น 9.17% กองทุนตราสารหนี้ 21.75% หุ้นต่างประเทศหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 30.63% หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 19.92% ทองคำ 10.46% กองทุนอสังหา/REIT 7.63% และสินทรัพย์ดิจิทัล 0.46%

ในส่วนของการลงทุนต่างประเทศ แนะนำกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ กลุ่ม AI-Technology และ Healthcare รวมถึงการลงทุนแบบ Selective Asia ในจีน ฮ่องกง อินเดีย และญี่ปุ่น
กลุ่มที่แนะนำในปีนี้ให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนได้แก่หมวดค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มธนาคารกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวโครงการแพทย์กลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสารในขณะที่แนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นหมวดพลังงานและปิโตรเคมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน แนะนำ 5 หุ้น ประกอบด้วย
ADVANCE มองกำไรปี 2569 โตต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรืออยู่ที่ประมาณ 4.9 หมื่นล้านบาทจากการแข่งขันที่ลดลงธาตุมีการปันผล 5% ต่อปี
CPALL ได้รับประโยชน์จากการจัดให้มีการเลือกตั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้มีการจับจ่ายใช้สอยกระตุ้นให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบและหมุนเวียนมากขึ้นในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ช่วยหนุนผลประกอบการช่วงไตรมาส 4 ของปี 2568 จนถึงไตรมาส 1 ปี 2569
GULF จากแนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโตปันผลสม่ำเสมอ
KTB บอกว่ากำไรยังแข็งแกร่งแล้วควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ดีมูลค่าหุ้นยังไม่แพง
MTC รับขนบวกจากดอกเบี้ยขาลงหนุนผลดำเนินงานที่คาดจะยังโดดเด่นไตรมาส 4 ปี 2568 สินเชื่อมีแนวโน้มเร่งตัวจาก High Season และการจัดการ ได้ดีหลังจากปรับลดลงมาต่อเนื่อง 9 ไตรมาส
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากระดับ P/E อยู่ที่ 14 เท่า การเพิ่มขึ้นของ EPS 5 บาทจะดันดัชนีขึ้นราว 70 จุด และการลดดอกเบี้ยทุก 0.25% จะหนุน EPS เพิ่มอีก 3% ยังไม่รวมราคาน้ำมัน
บริษัทจดทะเบียนในไทย ยังเป็นหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลอันดับต้นๆ ในตลาดหุ้นอาเซียนรองจาหสิงคโปร์ในปี 2568 ที่ผ่านมา และคาดว่าปี 2569 จะยังปันผลสูงต่อเนื่อง และคาดว่าจะดึงเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติได้ราว 3-4 หมื่นล้านบาท
หากอิงดัชนี ระดับ 1,300 จุด อัตราเงินปันผลจะอยู่ราว 4.1% ถ้า ดัชนี 1,200 จุด อัตราเงินปันผลจะอยู่ที่ 4.5%
ปัจจุบัน บริษัทจดทะเบียน มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ขยับขึ้นมาอยู่ราว 2 ล้านล้านบาท และยังไม่มีการลงทุนใหม่ เพราะภาวะเศรษฐกิจยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้มีการนำเงินมาจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น
ปัจจุบัน payout ratio อยู่ราว 60% อัตราปันผลเฉลี่ยกว่า 4.5% กลุ่มแบงก์จ่ายปันผลสูงสุด แบงก์ใหญ่จ่ายเฉลี่ย 6%
กลุ่มธนาคาร กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มพลังงาน ยังเป็นกลุ่มที่คาดว่ายังเป็นกลุ่มที่ปันผลสูงสุด เพราะมีกำไรรวมกันประมาณ 50% ของทั้งตลาด
ทั้ง 3 กลุ่ม เป็นกลุ่มที่มีสภาพคล่องสูง ต่างชาติ เข้าออกง่าย
การเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่คาดว่าจะดึงดูดเงินทุนต่างชาติกลุ่มที่เล่น Event Play ไหลเข้าตลาดราว 3–4 หมื่นล้านบาท หากรัฐบาลผสมหลายพรรค ดัชนีอาจขยับขึ้นได้ประมาณ 3% แต่ถ้ามีพรรคร่วมรัฐบาลไม่มากคาดว่าจะทำให้ดัชนีขยับขึ้นไปถึง 5%
” ปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติไม่ได้ขาดทุนจากการลงทุนในหุ้นไทย เพราะว่ามีเงินปันผลในระดับที่สูงแล้วก็มีกำไรจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นราว 10%”นายณัฐพล กล่าว
