ดาวโจนส์ปิดบวก 319 จุด หุ้นเซมิคอนดักเตอร์วิ่ง วันแรกของปี 69

HoonSmart.com>>ดาวโจนส์ปิดบวก 319 จุด หุ้นเซมิคอนดักเตอร์วิ่ง แต่เทคโนโลยีอื่นๆ กลับอ่อนตัวลง ด้านตลาดยุโรปเริ่มต้นปี 2026 ด้วยการทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง 

HoonSmart.com>>ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 2 ม.ค.2569 และดัชนี S&P 500 ปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันทำการซื้อขายวันแรกของปี 2026 ด้วยแรงพยุงจากการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องหลังจากปรับขึ้นด้วยตัวเลขสองหลักติดต่อกันเป็นปีที่สามในปี 2025

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,382.39 จุด เพิ่มขึ้น 319.10 จุด, +0.66%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,858.47 จุด เพิ่มขึ้น 12.97 จุด, +0.19%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,235.63 จุด ลดลง 6.36 จุด, -0.03%

หุ้นกลุ่มชิปสำคัญ เช่น Nvidia และ Micron Technology ปรับตัวขึ้นในระหว่างการซื้อขาย โดย Nvidia เพิ่มขึ้นกว่า 1% และ Micron Technology พุ่งขึ้นมากกว่า 10% ทั้งสองบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่างเป็นผู้นำการปรับขึ้นรายใหญ่ในปี 2025 โดย Nvidia พุ่งขึ้นประมาณ 39% ขณะที่ Micron พุ่งขึ้นมากกว่า 240%

แต่ในส่วนเทคโนโลยีอื่นๆ นอกเหนือจากชิปกลับอ่อนตัวลง โดยเฉพาะหุ้นซอฟต์แวร์ Salesforce ลดลงกว่า 4% และ CrowdStrike ลดลงกว่า 3% นอกจากนี้ Palantir Technologies และ Microsoft ก็ปรับตัวลงเช่นกัน

นอกจากนี้ หุ้นของ Tesla ยังลดลงกว่า 2% หลังจากการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสที่สี่ของบริษัทต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหุ้นที่มีการซื้อขายมากที่สุดในปี 2025 ส่งผลให้ตลาดโดยรวมปรับตัวขึ้นอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนยังคงแห่กันเข้าซื้อหุ้นกลุ่ม AI อย่างต่อเนื่อง

เจย์ แฮทฟิลด์ ซีอีโอของ Infrastructure Capital Advisors กล่าวว่า การสลับกลุ่มเล่นระหว่างหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่ไม่ใช่เทคโนโลยีจะยังคงต่อเนื่อง แต่โดยรวมแล้วตลาดจะปรับตัวสูงขึ้น

แฮทฟิลด์ซึ่งมองเป้าหมายดัชนี S&P 500 ไว้ที่ 8,000 จุดภายในสิ้นปี กล่าวว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดจะมีความสมดุลมากขึ้นเนื่องจากธนาคารระดับภูมิภาคปรับขึ้นโดดเด่น และหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง เช่น Tesla จะเริ่มชะลอตัวลง

ในส่วนอื่นของตลาด หุ้น Wayfair พุ่งขึ้นประมาณ 6% ขณะที่ RH เพิ่มขึ้นประมาณ 8% หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันส่งท้ายปีเก่า ได้เลื่อนการขึ้นภาษีนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ ตู้ครัว และโต๊ะเครื่องแป้งออกไปอีกหนึ่งปี คำสั่งดังกล่าวเป็นการเลื่อนการเก็บภาษี 30% สำหรับเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ และภาษี 50% สำหรับตู้ครัวและโต๊ะเครื่องแป้ง โดยยังคงอัตราภาษี 25% สำหรับสินค้าเหล่านั้นไว้เช่นเดิม ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน

ตลาดหุ้นกำลังฟื้นตัวจากช่วงปลายปี 2025 ที่ผันผวนอย่างมาก แต่โดยรวมแล้วจบลงด้วยการปรับขึ้นที่น่าพอใจสำหรับดัชนีหลักๆ ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นกว่า 16% เป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่สาม ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite นำด้วยการเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% และดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้นประมาณ 13% ทั้งสามดัชนีทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์กลยุทธ์คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้นอีกในปี 2026 ผลสำรวจนักวิเคราะห์กลยุทธ์ตลาดของ CNBC แสดงให้เห็นว่าเป้าหมายเฉลี่ยของดัชนี S&P 500 ในปีนี้อยู่ที่ 7,629 ซึ่งหมายถึงโอกาสในการปรับตัวขึ้น 11.4%

แต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่อีกมาก การเติบโตของ AI อาจชะงัก เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจพลิกผัน และประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ เนื่องจากมาตรการภาษีที่ครอบคลุมที่สุดของเขาอาจชัดเจนขึ้นในเดือนนี้

ทองคำ และโลหะเงิน เปิดการซื้อขาย 2026 ด้วยการปรับขึ้น

ตลาดยุโรปเริ่มต้นปี 2026 ด้วยการทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง จากการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในปี 2025 โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มป้องกันประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป ห่างจากระดับ 600 เพียง 4 จุด ขณะที่นักลงทุนกลับเข้าตลาดหลังจากหยุดช่วงปีใหม่ ดัชนียังทำสถิติปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 596.14 จุด เพิ่มขึ้น 3.95 จุด, +0.67%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 9,951.14 จุด เพิ่มขึ้น 19.76 จุด, +0.20%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,195.21 จุด เพิ่มขึ้น 45.71 จุด, +0.56%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,539.34 จุด เพิ่มขึ้น 48.93 จุด, +0.20%

ดัชนีหลักปิดท้ายปี 2025 ด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเยอรมนี และการโยกย้ายเงินทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่มีราคาพุ่งสูงเกินไป

หุ้น ASML พุ่งขึ้น 7% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเดียวกันและกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นตามไปด้วย

โดยหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศปรับตัวขึ้นมากที่สุดถึง 3.3%
หุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.6% ขณะที่กลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 1.4% โดยได้รับแรงหนุนจากราคาสินค้าโลหะมีค่าและราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นในบรรดาหุ้นที่ปรับตัวลง หุ้นกลุ่มสื่อลดลงมากที่สุด 1.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว

หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 0.7%

หุ้น Orsted บริษัทพัฒนาพลังงานลมในทะเลของเดนมาร์กเพิ่มขึ้น 4.6% หลังจากที่ประกาศว่ากำลังยื่นคัดค้านคำสั่งระงับสัญญาเช่าโครงการ Revolution Wind มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กิจกรรมภาคโรงงานของยูโรโซนหดตัวลงอีกในเดือนธันวาคม โดยการผลิตลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.17% ปิดที่ 57.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 60.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล