ไทยเล็งใช้ CAT bond หนุนกองทุนภัยพิบัติ แผนเริ่มปี’69 รับประกันเต็มรูปแบบปี’70

HoonSmart.com>>คปภ.-สมาคมประกันวินาศภัยไทย  เตรียมฟื้น “กองทุนประกันภัยพิบัติ”วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าเดินหน้าเต็มรูปแบบปี 2570 เล็งใช้ CAT bond ระดมทุน เปิดกรณีศึกษาจากสมาคมตราสารหนี้ไทย รูปแบบการออก bond-ผลตอบแทน-ใครลงทุนได้บ้าง

ปี 2568 ประเทศไทยเจอภัยพิบัติถี่และรุนแรง เกิดขึ้นเกือบทุกภาค คาดว่าชีวิต และทรัพย์สินที่มีประกันภัยจะมีการเรียกร้องความเสียหายสูงถึง 65,000 ล้านบาท ทำให้ทาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)และสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) มีแนวคิดที่จะฟื้น“กองทุนประกันภัยพิบัติ” ขึ้นใหม่ โดยปรับโครงสร้างให้เป็น กองทุนถาวร แทนรูปแบบเฉพาะกิจที่เคยมีเมื่อปี 2554 หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ และถูกยุบไปเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติในปี 2556

นายสมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ( TGIA) เตรียมนำแนวคิดเสนอต่อคปภ.เพื่อนำเสนอต่อภาครัฐต่อไป หากคปภ.และภาครัฐรับหลักการได้ภายในปีนี้ คาดว่าจะสามารถจัดตั้งกองทุนได้ในครึ่งปีแรกของปี 2569 และเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2570

คณะทำงานอยู่ระหว่างการศึกษาโครงสร้างกองทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเบื้องต้นยังคงวงเงินรับความเสี่ยงภัยพิบัติไว้ที่ 50,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเพียงพอและเหมาะสม

สำหรับที่มาของเงิน จะมาจากบริษัทประกันภัยในประเทศ บริษัทประกันภัยต่อ การใช้เครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ระดมทุน โดยมีรัฐบาลการันตี

รูปแบบการทำงานจะอาศัยการรวมความเสี่ยงจากบริษัทประกันภัย โดยนำเบี้ยประกันภัยต่อที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติมาทำประกันภัยต่อกับกองทุนนี้ แทนการส่งต่อไปยังผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศโดยตรง จะเป็นการเก็บเบี้ยขนาดใหญ่ไว้ในประเทศและเพิ่มอำนาจต่อรอง

นอกจากนี้ กองทุนยังสามารถนำเบี้ยที่ได้รับไปลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม และอาจใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสมัยใหม่ เช่น CAT bond (Catastrophe bond) โดยมีภาครัฐสนับสนุนในรูปแบบการการันตีความเสียหายขั้นสุดท้าย หากเกิดความสูญเสียเกินกว่าที่กำหนด หลังจากภาคเอกชนจ่ายเคลมเต็มกำลังแล้ว

ทั้งนี้ เพื่อสร้างกลไกรองรับภัยพิบัติในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ช่วยให้บริษัทประกันภัยบริหารความเสี่ยงและต้นทุนการทำประกันภัยต่อได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนภาครัฐในการดูแลประชาชนและสังคม เพิ่มอำนาจต่อรองกับผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศ และรวบรวมสถิติและข้อมูลภัยพิบัติ เพื่อจัดทำแผนที่ความเสี่ยงและกำหนดเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม

ทั้งนี้ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งศึกษาและหารือกับทางภาครัฐถึงแนวทางการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติดังกล่าวเพื่อให้เกิดโดยเร็ว

ปัจจุบัน คปภ.มีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติภัย โดยจะดำเนินการทันทีใน 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ การช่วยเหลือ โดยตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ สั่งการให้บริษัทประกันภัยลงพื้นที่ประเมิน ความเสียหาย และออกมาตรการผ่อนผันแก่ผู้เอาประกันภัยและคนกลางประกันภัย การเยียวยา โดยกำชับให้บริษัทประกันภัยเร่งพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนเข้าใจสิทธิของตนเองอย่างชัดเจน และการฟื้นฟู โดยสำนักงาน คปภ. ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือและสนับสนุนการบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

รู้จัก CAT bond (Catastrophe bond)

จากรายงานของ สมาคมตราสารหนี้ไทย ระบุว่า CAT bond (Catastrophe bond) ตราสารหนี้ภัยพิบัติ คือ ตราสารหนี้ที่อัตราผลตอบแทน อ้างอิงกับมูลค่าความเสียหายของเหตุภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นจนกระทั่งมูลค่าความเสียหายสูงแตะระดับที่กำหนดไว้

ผู้ออกจะสามารถหักเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามขั้นที่กำหนดเพื่อนำไปชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้เอาประกัน แต่หากไม่เกิดเหตุภัยพิบัติตามที่ระบุไว้ขึ้น เมื่อครบกำหนดผู้ลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นคืน

ดังนั้นอัตราผลตอบแทนหรือ Coupon ของตราสารหนี้ CAT bond จึงสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไปเพื่อชดเชยกับโอกาสที่อาจต้องสูญเงินต้นหรือดอกเบี้ย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง ประกอบกับต้นทุนการบรรเทาและ ฟื้นฟูความเสียหายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ปี 2566 มูลค่า การออก CAT bond ทั่วโลก ทำสถิติการออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากปีก่อนหน้า เป็นผลให้ ณ สิ้นปี 2566 มูลค่าคงค้าง CAT bond เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

CAT bond ส่วนใหญ่เป็นการออกของหน่วยงานเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle: SPV) ที่จัดตั้งโดยบริษัทประกันภัย และบริษัทประกันภัยต่อ ซึ่งกว่า 80% เป็นบริษัทจากประเทศสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยยุโรปและญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ผู้ออก CAT bond ยังรวมถึง Insurance vehicles หรือ กองทุนที่ดำเนินการโดยภาครัฐ เช่น สำนักงานแผ่นดินไหวแห่งแคลิฟอร์เนีย สมาคมประกันวาตภัยแห่งเท็กซัสเป็นต้น และ World bank ที่ระดมทุนให้กับประเทศกำลังพัฒนาสำหรับรับรับมือภัยพิบัติทาง
ธรรมชาติ

ทั้งนี้ สมาคมตราสารหนี้ไทย ยกตัวอย่าง CAT bond ที่ออกในปี 2566 ประกอบด้วบ
World bank: (มีนาคม) ออก CAT bond อายุ 3 ปี มูลค่า 630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในนามรัฐบาลชิลีเพื่อรองรับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ เป็น CAT bond ที่มีมูลค่าการออกสูงที่สุดของ World bank ในการรับโอนความเสี่ยงจากประเทศเดียว

Nakama Re: (เมษายน) ออก CAT bond อายุ 5 ปี มูลค่า 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในนามชุมนุมประกันภัยสหกรณ์การเกษตรของประเทศญี่ปุ่น (Zenkyoren) เพื่อคุ้มครองผลกระทบจากแผ่นดินไหว CAT bond รุ่นนี้มี 2 tranche แบ่งตามมูลค่าความเสียหายที่ต้องชดเชยให้แก่ Zenkyoren โดย tranche A ที่มีความเสี่ยงในการสูญเงินต้นน้อยกว่าจะกำหนด Spread เท่ากับ 2.75 % ส่วน tranche B ที่เสี่ยงมากกว่า มี Spread เท่ากับ 4.0-4.5%

บริษัท Eiffel Re: (มิถุนายน) ออก CAT bond อายุ 3 ปี 6 เดือน มูลค่า 150 ล้านยูโร ในนามบริษัทประกันภัย AXA สำหรับชดเชยความเสียหายจากพายุลมแรงที่จะเกิดในยุโรปรวมถึงสหราชอาณาจักร

บริษัท Ursa Re: (ธันวาคม) ออก CAT bond อายุ 3 ปี มูลค่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐในนามสำนักงานแผ่นดินไหวแห่งแคลิฟอร์เนีย (California Earthquake Authority: CEA) เพื่อรองรับความเสียหายจากแผ่นดินไหว CAT bond รุ่นนี้แบ่งเป็น 2 tranche ตามความเสียหายที่ต้องจ่ายชดเชย โดยกำหนด Spread อยู่ในช่วง 5.0-8.75%

ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนจากอะไร

ผู้ลงทุน CAT bond เกือบทั้งหมดเป็นผู้ลงทุนสถาบัน ได้แก่ กองทุนเฮดจ์ฟันด์(hedge funds) และกองทุนบำเหน็จบำนานาญเป็นต้น

ส่วนผู้ลงทุนบุคคลสามารถลงทุน CAT bond ได้ผ่านกองทุนรวมและกองทุนปิดซึ่งลงทุนใน CAT bond หลายรุ่น แต่ละรุ่น ครอบคลุมเหตุการณ์ภัยพิบัติและพื้นที่ที่ต่างกันจึงเป็นการกระจายความเสี่ยงและจำกัดความเสียหายไปในตัว

นอกจากนี้ CAT bond ยังมีลักษณะเป็นหุ้นกู้มีประกัน ดังนั้นผู้ลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นคืนหากบริษัทประกันภัยและบริษัทประกันภัยต่อเลิกกิจการหรือล้มละลาย

เนื่องจาก SPV ซึ่งเป็นผู้ออก CAT bond จะทำหน้าที่รับเบี้ยประกันจากบริษัทประกันภัยหรือ บริษัทประกันภัยต่อ และบริหารเงินที่ได้จากการออก CAT bond ให้งอกเงยเพื่อใช้จ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ย

SPV แม้จะถูกจัดตั้งโดยบริษัทประกันภัยหรือบริษัทประกันภัยต่อแต่เป็นนิติบุคคลที่แยกออกจากบริษัทประกันภัยหรือบริษัทประกันภัยต่อ จึงไม่ได้รับผลกระทบหากบริษัทเลิกกิจการหรือล้มละลาย

ในขณะที่เหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปมีความเชื่อมโยงต่ำ กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การลงทุนใน CAT bond นอกจากจะให้อัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจแล้วยังเป็นการช่วยกระจายความผันผวนของผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน

ในแง่ของการออก CAT bond ยังเป็นการช่วยบริษัทประกันในการถ่ายโอนความเสี่ยง ทำให้บริษัทสามารถให้การประกันได้ในขอบเขตที่กว้างขึ้น ช่วยลดการะของภาครัฐในการบรรเทาความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศได้

หากไทย สามารถจัดตั้ง”กองทุนภัยพิบัติ”ได้ นับเป็น ทิศทางใหม่ของประเทศไทย และอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ที่สามารถสร้างเครื่องมือการรับมือกับความเสี่ยงภัยพิบัติในระยะยาว ผ่านการเชื่อมโยงการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน และการใช้เครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจและประกันภัยของประเทศ

รายงานโดย วารุณี อินวันนา