HoonSmart.com>>คปภ. เรียก ไทยประกันชีวิต เข้าชี้แจง ติดตามความคืบหน้ากรณีตัวแทนประกันชีวิตฉ้อฉลเบี้ยประกันภัย 100 ล้านบาท สั่งเยียวยาผู้เสียหายภายใน 15 วัน -ทบทวนระบบการควบคุมภายในทุกมิติ ด้านไทยประกันชีวิตแจง รับผิดชอบลูกค้าแล้ว 12 ราย
นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยผลการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อติดตามความคืบหน้า กรณีตัวแทนประกันชีวิตรายนางสาวจันเกตุ ทับบุญ กระทำการฉ้อฉลเบี้ยประกันภัย 100 ล้านบาท ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก
โดยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ได้มอบหมายให้นายโสรัจจ์ แรกสกุลชัย ผู้ช่วยเลขาธิการ สายตรวจสอบและนายจอม จีระแพทย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกฎหมายและคดี พร้อมสายงานที่เกี่ยวข้อง เรียกบริษัทเข้าชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการกรณีดังกล่าว พร้อมสั่งการให้บริษัทเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยต้องรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ตรวจสอบได้
รวมทั้ง สั่งให้เร่งปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายใน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ทั้งนี้ หากไม่ดำเนินการตามที่กำหนด พร้อมยกระดับการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายอดิศร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการฉ้อฉลที่เกิดขึ้นนั้น สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมประกันภัย ดังนั้น เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการเยียวยาโดยเร็ว และเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับคืนมา
แม้ว่าสำนักงาน คปภ. ได้เพิกถอนใบอนุญาตตัวแทนรายดังกล่าวแล้ว การกระทำของตัวแทนดังกล่าวเป็นความผิดอาญา ฐานฉ้อฉลประกันภัยด้วย ซึ่งจะได้มีการประสานพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นสำนักงาน คปภ. จะยังคงต้องตรวจสอบและติดตามบริษัทอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อทราบและประเมินถึงสาเหตุ รวมถึงประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในในทุกมิติ ตลอดจนการติดตามการเยียวยาผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด จึงได้สั่งการให้บริษัทเร่งดำเนินการ โดยกำหนดระยะเวลาในการเยียวยา พร้อมทั้งสั่งให้บริษัทปรับปรุงแก้ไขกระบวนการบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามกฎหมายของระบบงานที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงกำหนดมาตรการเชิงป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพิ่มเติม เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต ดังนี้
1.บริษัทต้องคืนเบี้ยประกัน หรือคืนสถานะกรมธรรม์ประกันภัยกรณีต่ออายุ รับประกันชีวิตโดยถือเสมือนว่าได้รับเบี้ยประกันภัยแล้ว หรือเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง โดยต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ถูกต้อง และไม่เลือกปฏิบัติ
หากบริษัทปฏิเสธการดำเนินการดังกล่าว จะต้องแสดงเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนและปราศจากข้อสงสัยว่า ผู้เอาประกันภัยรายใดเป็นการเฉพาะ ที่ร่วมกันดำเนินการโดยทุจริตกับตัวแทนรายดังกล่าวพร้อมทั้งต้องพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด
ทั้งนี้ หากบริษัทเพิกเฉยหรือไม่ชดใช้เงิน ไม่คืนเบี้ยประกัน หรือไม่เสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัยรายใด สำนักงาน คปภ. จะยกระดับการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
2.เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ฉ้อฉลเบี้ยประกันภัย บริษัทต้องตรวจสอบระบบการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนโดยทันที พร้อมปรับปรุงแก้ไขระบบงานต่าง ๆ ให้มีความเพียงพอ มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3. บริษัทต้องรายงานผลการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงาน คปภ. อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเยียวยาและแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้น
4.ให้บริษัทเร่งดำเนินการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ที่แสดงถึงความรับผิดชอบ ในการเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยหรือลูกค้าของบริษัท มิให้ได้รับผลกระทบ และเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของระบบประกันภัยไทย
ทั้งนี้ ได้รับคำยืนยันจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการดังกล่าวข้างต้น
นายอดิศร ย้ำว่า คปภ. จะกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งควบคุมและกำกับพฤติกรรมของตัวแทนประกันชีวิตให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด การสั่งการในครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงกำกับที่มีนัยสำคัญ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน ระบบกำกับดูแล และกลไกการกำกับตัวแทนของบริษัทประกันภัย จะไม่ยอมให้มีการเสนอขายที่ไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส หรือฝ่าฝืนกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้เอาประกันภัยโดยเด็ดขาด ผู้เอาประกันภัยและประชาชนจะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องเป็นธรรม และเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมทั้งยกระดับความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยไทยว่ามีการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ และสามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้
“คปภ. จะติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติตามคำสั่งอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง หากพบการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติไม่ครบถ้วน สำนักงาน คปภ. พร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยและความมั่นคงของระบบประกันภัยไทยในระยะยาว”นายอดิศร กล่าว
ด้านบริษัทไทยประกันชีวิต ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินการรับผิดชอบผู้เอาประกันภัยที่มีหลักฐานการโอนเงิน และหลักฐานประกอบอื่นที่สอดคล้องกับลักษณะการทำประกันชีวิตและข้อเท็จจริงที่ร้องเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 12 ราย
ขณะเดียวกันได้จัดตั้งทีมกฎหมายเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่มีความประสงค์ร้องทุกข์ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงกับนางสาวจันเกตุอีกด้วย
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการดำเนินการเพื่อป้องกันความเสี่ยงมิให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว รวมถึงเหตุทุจริตอื่นๆ โดยให้สอดคล้องกับแนวทางกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. ประกอบด้วย การเปลี่ยนวิธีการออกใบเสร็จรับเงินชั่วคราวเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ การยกเลิกการชำระเบี้ยฯ ด้วยเงินสดสำหรับผู้เอาประกันภัยรายใหม่ และการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ของบริษัทฯ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้เอาประกันภัยเกี่ยวกับวิธีการชำระเบี้ยประกันภัยอย่างต่อเนื่อง

