บลจ.ยูโอบีคัด RMF-ThaiESG เด่น วางแผนลงทุน-ลดหย่อนภาษีโค้งสุดท้าย

HoonSmart.com>>เข้าสู่โค้งสุดท้ายเทศกาลลดหย่อนภาษีปี 68 ผ่าน “RMF- Thai ESG” กับ 6 กองทุนเด่น จาก “บลจ.ยูโอบี” คัดสินทรัพย์ลงทุนฝ่าความผันผวน เข้าถึงการลงทุนที่หลากหลายเลือกกระจายลงทุน “ตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลก-ลงทุนผสมทั้งหุ้นและตราสารหนี้โลก-หุ้นเทคโนโลยี-ทองคำ”พร้อม “ตราสารยั่งยืนของไทย” ที่มีให้เลือกทั้งตราสารหนี้และหุ้นไทยยั่งยืน ตอบโจทย์ลงทุน

 


 

แม้เป้าหมายของการลงทุนกองทุน “RMF – Thai ESG” เพื่อช่วยประหยัดภาษี แต่ระยะเวลาและเงื่อนไขการถือครองกองทุนที่ไม่เหมือนกัน ทั้ง “อายุ” และ “การรับความเสี่ยง” ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน จึงต้องเริ่มต้นด้วยการวางแผนการลงทุน เช็คลิสต์และระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ พร้อมเป้าหมายการลงทุนที่เลือกลงทุนได้ตรงวัตถุประสงค์

 

กองทุน RMF เตรียมตัวรับวัยเกษียณ

ระยะเวลาการลงทุน : ต้องถือครองกองทุนจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนอย่างน้อย 5 ปีเต็ม

เงื่อนไขการซื้อ : ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อยปีเว้นปี และต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี

กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ที่วางแผนการออมเพื่อวัยเกษียณ ลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลาย (หุ้น, ตราสารหนี้, ฯลฯ)

 

กองทุน Thai ESG ความคล่องตัวที่มากกว่า ลงทุนระยะสั้น 5 ปี

ระยะเวลาการลงทุน : ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ซื้อ (แบบวันชนวัน)

เงื่อนไขการซื้อ : ไม่บังคับซื้อต่อเนื่องทุกปี และไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ

กลุ่มเป้าหมาย : เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม, เห็นโอกาสในหุ้นไทยยั่งยืน (ESG) , เน้นความเสี่ยงต่ำด้วยตราสารหนี้ไทยยั่งยืน

 
ในปี 2568 นี้ นักลงทุนสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 800,000 บาท จากกองทุน RMF ที่มีเงื่อนไขการลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท/ปี (วงเงินลงทุนเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.), กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และประกันชีวิตแบบบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)

ส่วนกองทุน Thai ESG ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี และลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 300,000 บาท

เมื่อทำความเข้าใจเงื่อนไของการลงทุนแล้ว ก็เตรียมวางแผนภาษีและเลือกกองทุน ไม่ต้องรอสิ้นปี

 

ในปีนี้ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย)” หรือ “UOBAM” คัด 6 กองทุนเด่นในกลุ่ม “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” และ “กองทุนรวมไทยยั่งยืน (Thai ESG)” ตอบโจทย์การลงทุนที่หลากหลาย ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโต ตัวช่วยวางแผนการลงทุนก่อนสิ้นปี

 

กลุ่มกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

UGISRMF : ลงทุน “ตราสารหนี้คุณภาพดี” ทั่วโลก

“กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ UGISRMF (ความเสี่ยงระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง)

จุดเด่นกองทุน
– กระจายลงทุน “ตราสารหนี้ทั่วโลก” ในหลากหลายประเภทตราสาร อาทิ ตราสารหนี้คุณภาพ, ตราสารหนี้ Mortgage-Backed Securities, High Yield Bond
– ลงทุนผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ “PIMCO GIS Income Fund (Class I)” จัดตั้งและบริหารจัดการโดย PIMCO Global Advisors (Ireland) Limited
– การบริหารกองทุนแบบเชิงรุก (Active Management) สร้างโอกาสร้างรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว
– มีความยืดหยุ่นปรับพอร์ตการลงทุน

กองทุน UGISRMF เหมาะกับผู้ลงทุนที่เน้น “ความเสี่ยงต่ำ” สำหรับการกระจายลงทุนไปยังต่างประเทศ

 

UOBGARMF : กองเดียวจบกระจายลงทุน “ตราสารหนี้-ตราสารทุน” ทั่วโลก

“กองทุนเปิด ยูโอบี โกลบอล แอลโลเคชั่น เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ UOBGARMF (ความเสี่ยงระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง)

จุดเด่นกองทุน
– กระจายการลงทุน “ตราสารหนี้และตราสารทุนทั่วโลก”
– ลงทุนผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ “BGF Global Allocation Fund (Class A)” จัดตั้งและบริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A
– พอร์ตการลงทุนกระจายหลายภูมิภาคทั่วโลกและกระจายลงทุนในหุ้นหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม มีตราสารทุนมากถึง 1,400 ตรา
– กองทุนหลักได้รับ Morning Star 5 ดาว โดดเด่นในกลุ่มกองทุนผสม

กองทุน UOBGARMF ซึ่งมีกองทุนหลักที่สร้าง “ผลตอบแทน” อาจไม่ได้สูงสุดตลอดเวลา แต่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการ “ครบจบในกองเดียว”

 

UNIRMF : คาดหวังผลตอบแทนจาก “หุ้นนวัตกรรม” ทั่วโลก

“กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินโนเวชั่น ฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ UNIRMF (ความเสี่ยงระดับ 6 เสี่ยงสูง)

จุดเด่นกองทุน
– เน้นลงทุน “หุ้นทั่วโลก” ที่เกี่ยวข้องกับการคิดค้น “นวัตกรรม” หรือได้ประโยชน์จากนวัตกรรม ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อรองรับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลก
– วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในเชิงลึก ควบคู่กับการพิจารณา 4 ปัจจัยในการดำเนินธุรกิจ คือ Trend, Innovation, Barrier to Entry และ Risks
– ลงทุนผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ “United Global Innovation Fund Class A USD Acc” จัดตั้งและบริหารจัดการโดย UOB Asset Management Ltd (Singapore)
– เน้นการบริหารกองทุนเชิงรุก (Active Management) ปรับน้ำหนักการลงทุนตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง

กองทุน UNIRMF ตอบโจทย์นักลงทุนที่สนใจลงทุน “หุ้นนวัตกรรม” คาดหวังโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว

 

UOBGRMF-H : ลงทุน “ทองคำแท่ง”

“กองทุนเปิด ยูโอบี โกลด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ – H” หรือ UOBGRMF-H (ความเสี่ยงระดับ 8 เสี่ยงสูงมาก)

จุดเด่นกองทุน
– เน้นลงทุน “ทองคําแท่ง” เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคําในตลาดโลก หักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน
– ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน “SPDR Gold Trust” ซึ่งเป็นกองทุนทองคำขนาดใหญ่ระดับโลก จัดตั้งและบริหารจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC
– เน้นการบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Management)

กองทุน UOBGRMF-H เหมาะกับผู้ที่ชอบลงทุน “ทองคำ” น้ำหนักพอร์ต 5-15% ตามความเสี่ยง และคาดหวังแนวโน้มราคาทองคำจะปรับตัวขึ้น โดยบลจ.ยูโอบี คาดการณ์ราคาทองคำในระยะ 12 เดือนข้างหน้ายังไปต่อได้แถว 4,000-4,500 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ทั้ง 4 กองทุนลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกองทุน UGISRMF, UOBGRMF-H มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าการลงทุนในต่างประเทศ ส่วนกองทุน UOBGARMF, UNIRMF มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน

 

กลุ่มกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (THAIESG)

UTSB-THAIESG : ลงทุนแบบเซฟๆ เน้นใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

“กองทุนเปิด ยูไนเต็ด หุ้นไทย ซัสเทนเนเบิล ชนิดหน่วยลงทุนไทยเพื่อความยั่งยืน” หรือ UTSB-THAIESG (ความเสี่ยงระดับ 3 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ)

จุดเด่นกองทุน
– เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เพื่อความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นตราสารที่มีความโดดเด่นด้าน ESG
– บริหารกองทุนแบบเชิงรุก (Active Management)

 

UTSEQ-THAIESG : ลงทุนหุ้นไทยเน้นความยั่งยืน

“กองทุนเปิด ยูไนเต็ด หุ้นไทย ซัสเทนเนเบิล ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน” หรือ UTSEQ-THAIESG (ความเสี่ยงระดับ 6 เสี่ยงสูง)

จุดเด่นกองทุน
– ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยมุ่งเน้นบริษัทที่มีความโดดเด่นด้าน ESG และบริหารกองทุนแบบเชิงรุก (Active Management)

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ตัวแทนจำหน่าย หรือ ติดต่อ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2786-2222 www.uobam.co.th

ผู้ลงทุนสามารถทำรายการ ซื้อ ขาย และสับเปลี่ยนกองทุน ได้อย่างสะดวกสบายในแอปพลิเคชัน UOBAM Invest Thailand เวอร์ชันใหม่ได้แล้ววันนี้