D ปลื้มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติแกร่ง 63% Q1/67 กวาดรายได้ 227 ล้านบาท

HoonSmart.com>> “เดลทัล คอร์ปอเรชั่น” (D) เผยไตรมาสแรกปี 67 รายได้จากลูกค้าต่างชาติแข็งแกร่ง สัดส่วนรายได้สูงถึง 63% กวาดรายได้รวม 227.3 ล้านบาท มั่นใจกลยุทธ์การตลาดเพิ่มธุรกิจใหม่รุกทุกส่วนงาน ดันผลงานทั้งปีโตตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 15% รายได้กว่า 1,000 ล้านบาท

นายพรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น (D) หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการทางทันตกรรมแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2567 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม จากการบริการและการขาย จำนวน 227.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ มีกำไรสุทธิ จำนวน 18.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% จากไตรมาสก่อนหน้า

ส่วนผลการดำเนินงานไตสมาสแรกปีนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้ลดลง 14.4 ล้านบาท หรือ 6% เนื่องจากลูกค้าคนไทยลดลงจากกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง ร่วมถึงรายได้ธุรกิจเทรดดิ้งลดลง จากการชะลองบลงทุนในโรงพยาบาลภาครัฐ และบริษัท มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น จากการเพิ่มทำการตลาดออนไลน์และการจัดอีเว้นท์ออกบูธ เพื่อสร้างการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงจากไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 8.7 ล้านบาทหรือ 32%

สำหรับรายได้จากลูกค้าต่างชาติของกลุ่ม D ยังมีความแข็งแกร่งและโตต่อเนื่อง ไตรมาสนี้มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติ จำนวน 105 ล้านบาท คิดเป็น 63% ของรายได้จากการให้บริการ ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา ที่เดินทางเข้ามาในเมืองไทยเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness tourism) ในช่วงไฮซีซั่น และเชื่อมั่นในมาตรฐานการบริการ การรักษาทันตกรรมของกลุ่มบริษัท D

ด้านผลการดำเนินการของโรงพยาบาลทันตกรรม กรุงเทพ อินเตอร์เนชั่นแนล (BIDH) ที่เน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง ทั้งกลุ่มชาวไทย กลุ่มต่างประเทศที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ในแถบกรุงเทพมหานคร กลุ่มต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว (Tourist) และกลุ่มต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งจาก สปป.ลาว และเมียนมาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ในไตรมาสแรกของปีนี้ BIDH มีรายได้จำนวน 39 ล้านบาท มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติสูงถึง 74% และ ตั้งเป้าหมายปีนี้ BIDH กำไรเติบโต 20-30%

“การที่ลูกค้าต่างชาติของ กลุ่ม D เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราได้รับความเชื่อมั่นในมาตรฐานการให้บริการ คุณภาพของการรักษา ราคาที่คุ้มค่า และล่าสุด ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ของ JCI ได้เข้าเยี่ยม ศูนย์ทันตกรรม BIDC และมอบ golden seal JCI ในฐานะที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI จากประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 12 ปี ทำให้ผู้ใช้บริการที่เดินทางมาจากหลากหลายประเทศมั่นใจเข้าใช้บริการกับกลุ่ม Dอย่างต่อเนื่อง”นายพรศักดิ์ กล่าว

นายพรศักดิ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มบริษัท D มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยการให้บริการทางทันตกรรมอย่างมืออาชีพ ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพความสะอาด ปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการ พร้อมทั้งในปีนี้ได้ตั้งงบลงทุนจำนวน 40 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสาขาเดิม และขยายเพิ่มสาขาใหม่อีก 2 – 4 สาขา ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เพื่อรองรับการขยายการให้บริการกับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

นอกจากนี้ตามแผนการตลาดเพื่อรุกสู่ธุรกิจใหม่ ในการผลิตภัณฑ์ยาสีฟันผสมสารโพสไบโอติก ภายใต้ แบรนด์ “Elite smile” จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และเริ่มจัดจำหน่าย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะทำให้กลุ่ม D มีรายได้จากยอดขายเพิ่มขึ้น และจากกลยุทธ์การตลาดเพิ่มธุรกิจใหม่ รุกขยายในทุกส่วนงานของกลุ่มบริษัท เพื่อให้ทุกธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปีนี้ จะเติบโตตามเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 15% และเป้าเหมายรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท