HoonSmart.com>>ยูบีเอส (UBS) ยักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาคงเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่ตัดโอกาสที่ราคาอาจขึ้นไปถึงระดับสูงสุดที่ 3,500 ดอลลาร์ หากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากรหรือภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น และยังคงให้น้ำหนักทองคำในกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกและเอเชีย ด้านราคาทองคำในประเทศวันนี้ ปรับราคา 18 ครั้ง เพิ่มขึ้นถึง 550 บาท
UBS คงเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ไม่ตัดโอกาสที่ราคาอาจขึ้นไปถึงระดับสูงสุดที่ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากรหรือภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น และยังคงให้น้ำหนักทองคำในกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกและเอเชีย
UBS ระบุว่า ราคาทองคำพุ่งทะลุ 3,100 ดอลลาร์ ในเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้นเกือบ 10% ในเดือนเดียว และเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีถึง 19% ทั้งนี้ล่าสุด ราคาซื้อขายปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 3,162.30 ดอลลาร์ +12 ดอลลาร์ หรือ +0.38% ณ เวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ความต้องการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เป็นผลจากคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ และอีลอน มัสก์ รวมถึงข้อมูลการสำรวจผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่น่าผิดหวัง ทำให้เกิดความกังวลในตลาดมากขึ้นก่อนที่จะมีการประกาศภาษีศุลกากรในวันที่ 2 เม.ย.นี้ตามข้อมูลของ UBS
นักกลยุทธ์ที่นำโดยเวย์น กอร์ดอน กล่าวว่า การเร่งซื้อ ETF ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากการไหลออกในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ในไตรมาสแรกของปี 2568 กองทุน ETF ทองคำ มีการไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าอยู่ระหว่าง 130 ถึง 150 ตัน จากการไหลออก 114 ตันในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567
ไตรมาสนี้ถือเป็นไตรมาสที่มีความต้องการ ETF ทองคำสูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามยูเครนเริ่มต้นขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2022 แม้การถือครองทั้งหมดจะยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2020 อยู่ 730-750 ตันก็ตาม
ความสนใจใน ETF ทองคำที่กลับมาใหม่ เกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความไม่แน่นอนด้านการค้าและเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงที่ภาวะเศรษฐกิจจะถดถอยและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ตอกย้ำทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความเสี่ยงที่รุนแรง
นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ลดลงในไตรมาสแรกของปี 2568 ได้ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อทองคำส่วนส่วนหนึ่ง
นอกเหนือจากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแล้ว ยังมีข้อบ่งชี้ว่านักลงทุนจะเพิ่มการจัดสรรสินทรัพย์ไปยังทองคำในระยะยาว
จากการที่ธนาคารกลางซื้อทองคำอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ในช่วงสามปีที่ผ่านมา และความกังวลเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) นักลงทุนรายย่อยจึงเพิ่มการถือครองทองคำ
“โดยรวมแล้ว การกลับทิศของวงจรการไถ่ถอน ETF หลายปีควบคู่ไปกับการซื้อทองคำของธนาคารกลางที่ยังคงมีต่อเนื่องและความต้องการเหรียญ/ทองคำแท่งที่แข็งแกร่งของรายย่อยนั้นสามารถมองได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นขาขึ้นสำหรับตลาดทองคำโดยรวม” นักกลยุทธ์อธิบาย
ด้วยเหตุนี้ UBS จึงคงเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตลอดช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้ และยังคงให้น้ำหนักทองคำในกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกและเอเชีย
อย่างไรก็ตาม UBS ตระหนักว่าราคาอาจขึ้นไปถึงระดับสูงสุดที่ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากรหรือภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และทั่วโลก
“เราตระหนักดีว่าหากความเสี่ยงด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น การคาดการณ์แนวโน้มขาขึ้นของเราที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ก็ไม่สามารถตัดออกไปได้” นักกลยุทธ์กล่าว
ในระยะยาว นักกลยุทธ์แนะนำว่าการจัดสรร 5% ให้กับทองคำในพอร์ตโฟลิโอที่กระจายหลายสินทรัพย์(USD balanced portfolio)นั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับวัตถุประสงค์ในการกระจายความเสี่ยง
ทางด้านสมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาซื้อขายของวันที่ 1 เม.ย.2568 เปลี่ยนแปลงถึง 18 ครั้ง รวมเพิ่มขึ้นบาทละ 550 บาท ทองคำแท่งรับซื้อที่ 50,500 บาท ขายออก 50,600 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 49,588.36 บาท และขายออก 51,400 ล้านบาท Gold Spot เคลื่อนไหวอยู่ที่ 3,132.50 ดอลลาร์ ค่าเงินบาทอยู่ที่ 34.13 บาทต่อดอลลาร์