HoonSmart.com>>ฟิทช์ เรทติ้งส์ เผยภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและหนี้ครัวเรือนสูงยังคงกดดันต่อการเติบโตของกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน แม้บางบริษัทมีการปรับตัวได้ดีและเติบโต
ฟิทช์เชื่อว่าแรงกดดันด้านการเติบโตและคุณภาพสินทรัพย์ของผู้ประกอบการสินเชื่อจำนำทะเบียนในไทยยังมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในระยะสั้น แต่บริษัทที่มีการบริหารความเสี่ยงที่ดีน่าจะมีโอกาสที่จะขยายธุรกิจ แม้ผู้ประกอบการบางรายสามารถรับมือกับความเสี่ยงและปรับตัวได้ดีในช่วงที่ผ่านมา แต่ด้วย ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซา อาจจะเป็นแรงต้านสำหรับการการเติบโตของสินเชื่อและการปรับตัวดีขึ้นของคุณภาพของสินทรัพย์
ยอดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในปี 2567 ปรับเพิ่มขึ้น 11% โดยเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจากอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ในช่วงปี 2563-2566 ที่ระดับ 31% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของผู้ประกอบการ 3 รายใหญ่ของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC; BB/A-(tha)/อันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) มีอัตราการเติบโต ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย (ในปี 2567: 15%; และ ปี 2566: 19%)
สภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เติบโตช้าและหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ของอุตสาหกรรมถดถอยลง จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วันของอุตสาหกรรมยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ของสินเชื่อรวมในปี 2567 (จากสิ้นปี 2566: 2.2% และปี 2565: 1.9%) ฟิทช์เชื่อว่าคุณภาพสินทรัพย์จะยังคงเป็นจุดอ่อนของอุตสาหกรรมในปี 2568 แม้จะมีการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและมีการประกาศใช้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพื่อช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจและลดระดับหนี้สินครัวเรือน
คุณภาพสินทรัพย์ของผู้ประกอบการบางรายนั้นค่อนข้างมีเสถียรภาพ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความระมัดระวังในการให้สินเชื่อ ในผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงและมีการปรับเปลี่ยนมาตรฐานการประเมินสินเชื่ออย่างรวดเร็วและทันเวลา ทั้งนี้ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (Stage 3) และอัตราส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อ (credit cost) ในปี 2567 ของ MTC ปรับตัวลดลงเป็น 2.8% และ 3.0% ตามลำดับ (ปี 2566: 3.1% และ 3.7%) หลังจากที่บริษัทได้ลดสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและการให้เช่าซื้อในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวลดลงเหลือ 15% ของพอร์ตสินเชื่อในปี 2567 (จากปี 2565: 23%) อย่างไรก็ดี สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอก็อาจส่งแรงกดดันให้อัตราส่วนทางการเงินด้านคุณภาพสินเชื่อปรับตัวแย่ลงได้ ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรมที่มีการให้สินเชื่อในผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันก็ยังมีคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ระดับที่ค่อนข้างคงที่เช่นกัน
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ประกอบการที่มีการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงที่สูงกว่า เช่น สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุก พบว่าคุณภาพสินทรัพย์มีการปรับตัวด้อยลง โดยบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAWAD, A-(tha)/อันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) มีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Stage 3) เพิ่มขึ้นเป็น 3.6% ในปี 2567 (สิ้นปี 2566: 3.1%; สิ้นปี 2565: 2.5%)
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และอัตราส่วนหนี้สินที่อยู่ในระดับปานกลางของบริษัทถือเป็นปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตของ SAWAD ซึ่งการปรับมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาก็น่าจะช่วยจำกัดการปรับตัวด้อยลงของคุณภาพสินทรัพย์ได้
ความสามารถในการทำกำไรยังคงเป็นจุดแข็งหลักสำหรับผู้ประกอบการสินเชื่อจำนำทะเบียนรายใหญ่ แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากอัตราการผิดนัดชำระหนี้และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา โดย MTC มีอัตรากำไรก่อนหักภาษีต่อสินทรัพย์เฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 4.6% ในปี 2567 จาก 4.4% ในปี 2566 ในขณะที่ อัตรากำไรก่อนหักภาษีต่อสินทรัพย์เฉลี่ยของ SAWAD ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 6.0% (จากปี 2566: 7.3%) ฟิทช์เชื่อว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลง 0.50% ตั้งแต่ในช่วง ครึ่งหลังของปี 2567 น่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมในด้านต้นทุนการเงินและอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการฟื้นตัวของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตลอดจนสถานะการเงินของภาคครัวเรือนยังไม่มีความเข้มแข็ง
———————————————————————————————————————————————————–