HoonSmart.com >> บล.CGSI คาดการณ์ SET Index ผันผวน 1,150-1,200 จุด หลังแผ่นดินไหวรุนแรงรอบศตวรรษ แนะเลี่ยงกลุ่มอสังหา ฯ ที่มีสัดส่วนคอนโดจำนวนมากที่จะส่งผลลบต่อยอด presales คอนโดอนาคต กลุ่มท่องเที่ยวในประเทศ และกลุ่มประกัน จากการเครมประกัน ตึกใหม่ สตง. ถล่ม (ประกอบด้วย TIPH 40%, BKIH 25%) ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย มี.ค. ศุกร์นี้
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI สรุปภาวะตลาดหุ้นสหรัฐ และทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ (31 มี.ค.) โดย : Trend Spotter
ตลาดหุ้นสหรัฐ : ดัชนีปรับตัวลงแรงในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดย DJIA (-1.69% dod, -0.96 wow), Nasdaq (-2.70% dod, -2.59% wow), S&P500 (-1.97% dod, -1.53% wow) ถูกกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับสูง และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มี.ค. ที่ปรับตัวลดลง
ด้านสัญญาน้ำมัน WTI ปิดบวกยังคงปิดบวกต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ติดต่อกัน (-0.8% dod, +1.58% wow) แม้ว่าตลาดจะกังวลด้านอุปสงค์จากเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก แต่การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันกลุ่ม OPEC อย่างเวเนซุเอลา และอิร่านยังเป็นปัจจัยหนุนทิศทางน้ำมันรายสัปดาห์
• SET Index :
เราคาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหว Sideway-Sideway down ในกรอบบริเวณ 1,150-1,200 จุด เราเชื่อว่าตลาดจะมีความผันผวนในสัปดาห์ โดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินไหวในช่วงบ่ายวันศุกร์ ที่จะกระทบตลาดในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์, ตัวเลข Core PCE และ มาตรการตอบโต้ภาษีสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) กลางสัปดาห์นี้วันพุธ ที่ยังกดดันสินทรัพย์เสี่ยง
สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ หากจะอ้างอิงประวัติศาสตร์ไทยที่ใกล้เคียง อาทิ
1) เหตุการณ์สึนามิในวันที่ 26 ธ.ค. 2547 (2004) ที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 9.1-9.3 ริกเตอร์ในประเทศอินโดนีเซีย ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ กระทบ 6 จังหวัดภายใต้ของประเทศไทย มีผู้เสียชีวิตราว 5,400 คน ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 2.2% และใช้เวลาเพียง 4 วันในการฟื้นกลับมายืนเหนือระดับเดิม โดยกลุ่มที่ลดลงได้แก่ Banks (-2.5%), ท่องเที่ยว (-2.2%) และการขนส่ง (-2.2%)
2) เหตุการณ์น้ำท่วม ในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. (2554) 2011 และปรับตัวลดลง 25% จาก 1,144 จุด เป็น 855 จุด โดยตลาดใช้เวลา 4 เดือนในการฟื้นตัว โดยกลุ่มที่ลดลงได้แก่ Petrochemical (-43%), Electronics (-35%), Banks (-28%) และท่องเที่ยว (-22%)
ดังนั้นเราเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบตลาด และ เศรษฐกิจโดยรวมเพียงระยะสั้น และจำกัดในบางอุตสาหกรรมในมุมของเรา เมื่อเปรียบเทียบกับ 2 เหตุการณ์ก่อนหน้า
กลยุทธ์ในระยะสั้น เราแนะนำกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากอุปสงค์กลุ่ม Home improvement (retail) สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบ (HMPRO, DOHOME, GLOBAL CRC), กลุ่มโรงพบาบาล (BH, BCH, BDMS) และค้ากลุ่มค้าปลีก (CPALL)
ทั้งนี้เราแนะนำระมัดระวัง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีสัดส่วนคอนโดจำนวนมากที่จะส่งผลลบต่อยอด presales คอนโดอนาคต (ORI ANAN LPN), กลุ่มท่องเที่ยวในประเทศ (ERW CENTEL) และกลุ่มประกัน จากการเครมประกัน ตึกใหม่ สตง. ถล่ม (ประกอบด้วย TIPH 40%, BKIH 25%)
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ ติดตาม
1) ตัวเลขเศรษฐกิจจ้างงานสำคัญสหรัฐฯ ได้แก่ Job opening วันอังคาร, การจ้างงานนอกภาคเกษตร (ADP) วันพุธ, การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm) และอัตราการว่างงานสหรัฐ วันศุกร์
2) เงินเฟ้อไทย เดือน มี.ค. วันศุกร์
• หุ้นแนะนำ
HMPRO : เราแนะนำ trading รับอานิสงค์อุปสงค์ Home improvement จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวจะช่วยหนุนลูกค้า retail และผู้รับเหมาขนาดเล็กสำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบ
(Take profit : 9.75 / Stop loss : 7.65)
CPNREIT : แนะนำ Defensive ก่อนมาตรการ Donald Trump เราเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะกระทบกำไรสุทธิ CPN เพียงเล็กน้อยราว 0.3% สำหรับ FY25 เนื่องจากหลายพื้นที่ปรับมาเปิดปกติ และมีโครงสร้างแข็งแรง และเราเชื่อว่าไม่จะส่งผลกระทบต่อศูนย์การค้า
(Take profit : 13.1 / Stop loss : 11.5)
#MacroWealthResearch
#CGSInternational