HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,535 และ 1,520 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,565 และ 1,575 จุด ติดตาม 2 ปัจจัย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาทธนาคารกสิกรไทยคาดระดับ 33.00-33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาแตะอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือนที่ 33.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (29 มิ.ย.-3 ก.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,535 และ 1,520 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,565 และ 1,575 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิต ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค. ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนเดือนมิ.ย. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นขยับขึ้นในช่วงแรก โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มแบงก์ แต่กรอบการปรับขึ้นถูกจำกัดจากแรงขาย Big Lot หุ้นของบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะตัว
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นร่วงลงแรงในเวลาต่อมาตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งบรรยากาศการลงทุนถูกกดดันจากกระแสเทขายหุ้นเทคโนโลยี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ร่วงนำตลาด
ดัชนีหุ้นทยอยฟื้นตัวในช่วงระหว่างสัปดาห์ โดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงกนง. ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีของไทยในปี 2569 เป็น 2.3% จากเดิม 1.5% ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อคืนหุ้นหลายกลุ่ม ดัชนีหุ้นร่วงลงอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ โดยกลับมาเผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ รายงานข่าวเกี่ยวกับเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ไม่นานก็เป็นอีกปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,542.34 จุด ลดลง 1.92% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 78,357.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.79% ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.45% มาปิดที่ระดับ 220.28 จุด
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาท สัปดาห์ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-3 ก.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 33.00-33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 33.00 ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือนที่ 33.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวกลับมาบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทและสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชียอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังได้รับแรงหนุนจากการที่ตลาดรอติดตามความคืบหน้าของการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับจังหวะขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก รวมถึงแรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายการ Big Lot ของหุ้นเฉพาะรายในหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค
ผลการประชุม กนง. ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้ตลาดมองว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 ก็เป็นอีกปัจจัยที่จำกัดโอกาสการฟื้นตัวของเงินบาทด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ตามฟันด์โฟลว์ของต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย
ในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (19 มิ.ย.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 22-26 มิ.ย. 2569 นั้นขายสุทธิหุ้นไทยที่ 10,205 ล้านบาท แต่ซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,519 ล้านบาท
