BTS พลิกกำไร 3,042 ลบ. Q3 ปี 67/68 บุ๊กกำไรเปลี่ยนสถานะ RABBIT-ROCTEC

HoonSmart.com>> “บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” (BTS) พลิกโชว์กำไรไตรมาส 3 ปี 67/68 จำนวน 3,042 ล้านบาท จากขาดทุน 4,762 ล้านบาท งวดเดียวกันของปีก่อน Recurring EBITDA เพิ่มขึ้น 12.9% บุ๊กกำไรที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการเปลี่ยนสถานะ RABBIT – ROCTEC จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย ส่วนงวด 9 เดือน กำไร 2,204 ล้านบาท

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2567/68 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2567) มีกำไรสุทธิ 3,041.98 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.20 บาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 4,761.71 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.36 บาท

ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2567 กำไรสุทธิ 2,203.87 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.16 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 5,277.09 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.40 บาท

บริษัทฯ ชี้แจงงวดไตรมาส 3 ปี 2567/68 บริษัทฯมีรายได้รวม จำนวน 11,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.6% หรือ 4,165 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก

1.การรวมรายได้ของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (RABBIT) และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) (ROCTEC) จำนวนรวม 1,480 ล้านบาท ในการจัดทำงบการเงินรวมของ บีทีเอส กรุ๊ป ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.2567 เป็นต้นมา หลังจากการเข้าซื้อหลักทรัพย์โดยสมัครใจ (Voluntary Tender Offer: VTO) ในทั้งสองบริษัท

2.การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จำนวน 3,442 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะของ RABBIT และ ROCTEC จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของบีทีเอส กรุ๊ป รวมถึงกำไรจากการขายอาคารทีเอสทีทาวเวอร์ของ RABBIT จำนวน 268 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าว ถูกหักกลบบางส่วนด้วย 3.การลดลงของรายได้จากการก่อสร้างจำนวน 1,176 ล้านบาท หลังจากการเสร็จสิ้นงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูสายหลัก ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายของ RABBIT และ ROCTEC ถูกนำมารวมเข้ากับงบรวมของบริษัทฯ

ด้านค่าใช้จ่ายรวม ลดลง 41.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 5,969 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากไม่มีการบันทึกผลขาดทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการด้อยค่าเงินลงทุนของบริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย)(KEX) (ซึ่งบันทึกในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน)

กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 2,592 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% หรือ 297 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของ Recurring EBITDA ของธุรกิจ MIX สาเหตุหลักมาจากการกลับมารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน หลังจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน KEX ในเดือนมี.ค.2567 รวมถึงการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (JMART) และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของ VGI

คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติงดจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 เม.ย.2567 – 30 ก.ย.2567