HoonSmart.com>>หุ้นไทยมีจุดเด่นเรื่องราคาถูก และบริษัทจดทะเบียน(บจ.)หลายแห่งยังให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง ล่าสุด 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ ทุ่มเงินประมาณ 73,240.35 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น จากกำไรสะสมและงวดครึ่งหลังของปี 2567 สนับสนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง และยังมีส่วนช่วยเพิ่มกำลังซื้อทำให้เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งในเร็วๆนี้ ธนาคารพาณิชย์ก็จะประกาศข่าวแจกเงินปันผลดีเช่นเดียวกัน
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ AIS (ADVANC) ยังคงเป็นหุ้นที่มีกำไรเติบโตที่ดีและจ่ายเงินปันผลสูงเฉียด 100% ของกำไรทุกปี โดยปี 2567 มีกำไรสุทธิ 35,075 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 11.79 บาท เพิ่มขึ้นจำนวน 5,989 ล้านบาท คิดเป็น 20.59% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 29,086 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 9.78 บาท มาจากทุกธุรกิจดีขึ้น การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ขณะที่มีการใช้งบลงทุน 24,500 ล้านบาท
ด้านคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 5.74 บาทรวมเป็นเงินประมาณ 17,071.96 ล้านบาท กำหนดวันขึ้น XD วันที่ 20 ก.พ.2568 และจ่ายเงินวันที่ 10 เม.ย.นี้ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 2.05% เทียบกับราคาหุ้นปิดที่ 280 บาท โดยไม่นับเงินปันผลระหว่างกาล 4.87 บาท รวมทั้งปีจ่ายอัตรา 10.61 บาท คิดเป็นประมาณ 90% ของกำไรสุทธิต่อหุ้น เท่ากับ 11.79 บาท
สำหรับบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด จำนวน 1,202.71 ล้านหุ้น สัดส่วน 40.44% จะได้รับเงินปันผลงวดนี้ประมาณ 6,903.56 ล้านบาท
ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทคาดรายได้จากการให้บริการหลัก และกำไร EBITDA เติบโต 3-5% จากการมุ่งเน้นความสามารถในการทำกำไร พร้อมตั้งเป้างบลงทุน 26,000 – 27,000 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายและใช้ในการควบรวมกิจการให้เสร็จสมบูรณ์
ทางด้านคณะกรรมการ INTUCH อนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษ 6.54 บาท เป็นเงิน 20,971.73 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมการควบบริษัทระหว่างบริษัท และบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) โดยจะจ่ายจากกำไรสะสมในอัตรา 4.50 บาทที่ได้เห็นชอบหลักการไว้ในวันที่ 16 ก.ค.2567 และเงินปันผลเพิ่มเติมจากกำไรสะสมอีกจำนวน 2.04 บาทต่อหุ้น รวมเท่ากับ 6.54 บาท ทำให้ราคาหุ้นกระโดดแตะ 100 บาท ปิดที่ 99.25 บาท เพราะเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 6.59% โดยกัลฟ์ฯได้ผลตอบแทนมากที่สุดจำนวน 9,934.65 ล้านบาท ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด 47.37%
คณะกรรมการบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.01 บาท เป็นเงินประมาณ 11,850.48 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 1.73% เทียบกับราคาหุ้นที่ 58.25 บาท ทั้งนี้บริษัทจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมและกำไรงวด 9 เดือนปี 2567 ยังไม่รวมไตรมาสที่ 4 โดยนาย สารัชถ์ รัตนาวะดี ถือหุ้นใหญ่ที่สุดสัดส่วน 35.81% ได้รับเงินปันผลครั้งนี้ เป็นเงินประมาณ 4,244 ล้านบาท
เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 5.125 บาท เป็นเงินประมาณ 20,346.18 ล้านบาท ผลตอบแทนประมาณ 4.08% ขึ้น XD 20 ก.พ.นี้ เพื่อรับเงินวันที่ 10 เม.ย.68 ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว 4.50 บาท รวมทั้งปีให้เงินปันผล 9.625 บาทต่อหุ้น
ส่วนคณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCC) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสูงเกินคาดอีกหุ้นละ 2.50 บาท เป็นเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท เท่ากับเงินปันผลระหว่างกาล รวมทั้งปีให้เงินปันผลประมาณ 95% ของกำไรสุทธิ โดยบอร์ดมีความเห็นว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมและอยู่ในกรอบนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่กำหนดในช่วง 40-50% ของกำไรสุทธิ แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุการณ์ไม่ปกติ บริษัทอาจนำมาประกอบการพิจารณาเปลี่ยนแปลงการจ่ายเงินปันผลในช่วงนั้นๆ ตามความเหมาะสมได้
การจ่ายเงินปันผลที่สูงเกินคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นแกร่งและปรับตัวขึ้น เห็นได้ชัดเจนเมื่อวันที่ 7 ก.พ.2568 หุ้น INTUCH,GULF,ADVANC, PTTEP,SCC จุดพลุนำตลาดขึ้น เมื่อมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติมากกว่า 1,086.34 ล้านบาท ทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรงและเร็ว มาปิดที่ระดับสูงสุดของวันที่ระดับ 1,282.09 จุด เพิ่มขึ้น 20.02 จุด หรือ+1.59% มีมูลค่าการซื้อขาย 57,593.92 ล้านบาท ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการซื้อและขายสูงกว่า 56% ของทั้งตลาด นับเป็นสัญญาณที่ดี
นอกจากนี้กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ยังมีความโดดเด่นเรื่องการให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCB) จะจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 7 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 5.7% ส่วนปี 2568 คาดจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 9.40 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7.6% โดยบล.หยวนต้าชอบ SCB ยังคงแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 130 บาท จุดเด่นนอกจากเงินปันผลดีแล้ว คาดว่าปีนี้จะมีกำไรสุทธิ 45,435 ล้านบาท โต 3.4% อย่างไรก็ตาม SCB ไม่มีนโยบายซื้อหุ้นคืน เหมือนกรณี ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ที่ประกาศแผนทุ่มเงินสูงถึง 21,000 ล้านบาทในการซื้อหุ้นคืนภายในเวลา 3 ปี สำหรับปีนี้จะใช้เงินจำนวน 7,000 ล้านบาทก่อน และธนาคารกรุงไทย (KTB) อยู่ระหว่างการศึกษาโครงการซื้อหุ้นคืนด้วย
———————————————————————————————————————————————————–