HoonSmart.com>>”โอสถสภา”(OSP) ปิดบวกได้วันแรกในรอบ 8 วันทำการ หลังจากราคาดิ่งไป 26.44%นักวิเคราะห์มองตกใจเกินเหตุ บริษัทงัดกลยุทธ์สู้ เพิ่มส่วนแบ่งตลาด บล.หยวนต้าฯแนะสะสมแนวรับที่ 18.00 –18.30 บาท เป้า 30 บาท ยืนยันประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 3,450 ล้านบาท โต 11.4% ด้าน บล.ฟินันเซียฯหั่นเป้ากำไรปกติลง 4% เป็น 3,000 ล้านบาท ตีมูลค่าเหมาะสมใหม่เหลือ 24 บาท
วันที่ 5 ก.พ. 2568 หุ้นบริษัท โอสถสภา (OSP) ราคาขึ้นไปสูงสุด 16.10 บาท ก่อนมาปิดที่ระดับ 15.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ+3.27% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 439.56 ล้านบาท นับเป็นการปิดบวกวันแรก หลังจากไหลลงอย่างต่อเนื่องรวม 8 วันทำการ รวมลดลง 5.50 บาท/หุ้น คิดเป็น 26.44% เทียบกับราคาปิดวันที่ 4 ก.พ. ที่ 15.30 บาท กับราคา 20.80 บาท ของวันที่ 23 ม.ค. 2568
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองราคาหุ้น OSP ตอบรับเชิงลบต่อความกังวลด้านการแข่งขันมากไป ส่วนแบ่งตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์เครื่องดื่มชูกำลัง ทำได้น้อยกว่าเป้าอยู่ที่ 45 % ลดลงจาก 45.4% ในไตรมาส 3 กดดันให้กำไรปกติไตรมาส 4/2567 ที่ 655 ล้านบาททรงตัวจากไตรมาส 3 (QoQ) แต่ยังเติบโต 10.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ( YoY)
ทั้งนี้หากบริษัททำได้ในไตรมาสที่ 4 จะทำให้ยังอยู่ในกรอบประมาณการกำไรปกติที่ 3,096 ล้านบาท (+42.0% YoY)ครบรอบ 40 ปี M-150 เตรียมออกสินค้าใหม่ทวงคืนส่วนแบ่งตลาด แนวโน้มกำไรปกติไตรมาสแรกปีนี้ คาดกลับมาเติบโต QoQ และ YoY เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลที่เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนในประเทศ และเป็นช่วง High Season ของธุรกิจในเมียนมาและแนวโน้มต้นทุนการผลิตปรับลดลง นอกจากนี้ บริษัทมีเป้าหมายขยายไปยังสินค้ากลุ่มอื่นที่มี Premium มากขึ้น ในระยะยาว รวมถึงการรุกขยายตลาดต่างประเทศ อาทิ และอินโดนิเซีย และด้วยราคาหุ้นปัจจุบันเทียบเท่า PERปี 68 ที่ 17 เท่า จากเฉลี่ยอดีตที่ 35 เท่า
“เชิงพื้นฐานคงคำแนะนำ“ซื้อ”ราคาเหมาะสม 30 บาท สำหรับการลงทุนระยะยาว เชิงกลยุทธ์ระยะสั้นราคาหุ้นอาจถูกกดดัน แนะนำทยอยสะสมบริเวณแนวรับที่ 18.00 –18.30 บาท โดยคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 3,450 ล้านบาท (+11.4% YoY) แต่ต้องติดตามแนวโน้มการแข่งขันเครื่องดื่มชูกำลังที่อาจสูงขึ้นจากการกลับเข้าไปทำการตลาด M-150 ใหม่ราคา 10 บาท”บล.หยวนต้าระบุ
ด้านบล.ฟินันเซียไซรัสวิเคราะห์ OSP ตั้งเป้าทวงคืนส่วนแบ่งตลาดให้เข้าใกล้ 50% ในปี 2568 ด้วยกลยุทธ์เครื่องดื่มชูกำลังราคา 10 บาท
แต่ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2568 ลง 4% เป็น 3,000 ล้านบาท (ทรงตัว YoY) เพื่อสะท้อนการลดราคาและสัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อยอดขายที่คาดว่าจะสูงขึ้น 0.60%เป็น 25.2%และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 24 บาท ทำให้หุ้นมี Upside อยู่ที่ 27%
” เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 567 ล้านบาท เมื่อหักการด้อยค่าของเงินลงทุนในยุโรปรวมประมาณ 50 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 617 ล้านบาท (-8% QoQ, +4% YoY) เนื่องจากส่วนแบ่งตลาดของ OSP ในกลุ่มเครื่องดื่มในรูปของมูลค่าลดลงเหลือ 45% จาก 45.4% ในไตรมาสที่ 3 เราคาดว่าการแข่งขันจะดุเดือดมากยิ่งขึ้นในปี 2568 ขณะที่ทั้ง OSP และ CBG เดินหน้าออกกลยุทธ์ราคา 10 บาท อาจทำให้ค่าใช้จ่ายของทั้งสองบริษัทเพิ่มสูงขึ้น “บล.ฟินันเซียไซรัสระบุ