KTAM คัดกอง RMF-ThaiESG เสิร์ฟสายลงทุนแบบ DCA รับโปรพิเศษ

HoonSmart.com>บลจ.กรุงไทย (KTAM) คัดกองทุนลดหย่อนภาษี “RMF-ThaiESG” เสิร์ฟสายลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) ทยอยลงทุน ไม่ต้องรอปลายปี พร้อมรับโปรโมชันพิเศษตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค.68 ลงทุนในกองทุนที่ร่วมรายการ ทุก ๆ 50,000 บาท รับหน่วยลงทุน KTSTPLUS 100 บาท

ชวินดา หาญรัตนกูล

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานักลงทุนส่วนใหญ่มักจะเลือกลงทุนในกองทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเป็นก้อนใหญ่ หรือเป็นแบบครั้งเดียวในช่วงปลายปี แต่อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนบางท่านที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารการลงทุนอย่างใกล้ชิด จึงอาจทำให้เสียโอกาสการลงทุนที่ดีในช่วงเวลาที่เหมาะสม ประกอบกับสถานการณ์การลงทุนที่ยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ จึงได้แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือที่มักได้ยินคำว่า “DCA” ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยง และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยคัดสรร 2 กลุ่มกองทุนรวมเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เหมาะสมกับการลงทุนแบบ DCA ประกอบด้วย

กลุ่มกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แนะนำ 4 กองทุน ได้แก่ (1) กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF2) (ความเสี่ยงระดับ 4) เน้นลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศที่ผู้ออก/รับรอง/อาวัลมีความมั่นคงและมีความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้ และตราสารหนี้อื่น ๆ รวมทั้งเงินฝาก โดยมองว่าแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายโลกเป็นขาลงหลังจากที่คงในระดับสูงมานาน ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายในประเทศน่าจะอยู่ในทิศทางทรงตัว และมีโอกาสปรับลดลงในอนาคต ทำให้ผลตอบแทนในประเทศอาจจะปรับไปในทิศทางเดียวกับผลตอบแทนต่างประเทศ

(2) กองทุนเปิดกรุงไทยผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF1) (ระดับความเสี่ยง 5) มีนโยบายกระจายลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรือเงินฝาก จากการที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวดีหลังจากความเสี่ยงหลายด้านคลี่คลายไป รวมถึงการมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นไทย ไม่ว่าจากนักลงทุนต่างชาติ หรือกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศอย่างทิศทางดอกเบี้ยขาลงของสหรัฐฯ และยุโรป ทำให้อาจเริ่มมีเม็ดเงินลงทุนเคลื่อนย้ายเข้าสู่ตลาดเอเชีย และอาเซียน ซึ่งในเชิง Valuation (P/E) ตลาดหุ้นไทยยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต

(3) กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-WEQ RMF) (ระดับความเสี่ยง 6) เน้นลงทุนใน AB Low Volatility Equity Portfolio (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐาน มีความผันผวนต่ำ ที่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยมองว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะเข้าสู่ภาวะ Soft Landing ขณะที่ดอกเบี้ยเป็นขาลง ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังเติบโตต่อไปในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องภาวะถดถอยยังจะปะทุกลับมาเป็นครั้งคราว อาจจะทำให้ตลาดมีความผันผวนเพิ่มขึ้นเป็นระยะๆ และอีกหนึ่งกองทุนคือ

(4) กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-US RMF) (ระดับความเสี่ยง 6) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน AB American Growth Portfolio (กองทุนหลัก) โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทในสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่ มีแนวโน้มในการเติบโตดี มีคุณภาพสูง โดยมาจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดี ภาพตลาดแรงงานที่ยังค่อนข้างแข็งแกร่ง ทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาปรับตัวลดลง ผลประกอบการของหลาย Sector ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด แม้ว่า อาจมีความผันผวนจากมาตรการของประธานาธิบดีคนใหม่

สำหรับกลุ่มกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) แนะนำ 2 กองทุน ได้แก่ (1) กองทุนเปิดกรุงไทย ตราสารภาครัฐ ESG (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTESGSI-ThaiESG) (ความเสี่ยงระดับ 3) เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย แต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability – Linked Bond) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

และ (2) กองทุนเปิดกรุงไทย ESG A Grade (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTAG-ThaiESG) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ที่มี SET ESG Ratings ระดับ A ขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจากปัจจัยที่สนับสนุนตลาดหุ้นไทยข้างต้น อีกทั้ง การลงทุนในกองทุนประเภท ThaiESG ยังเป็นทางเลือกและการลงทุนในระยะยาวในกิจการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อันจะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดโปรโมชันตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 2568 นี้ สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน RMF หรือ ThaiESG ที่ร่วมรายการ ทุก ๆ 50,000 บาท จะได้รับหน่วยลงทุน KTSTPLUS 100 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) ศึกษาข้อมูลโปรโมชัน RMFเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4j4tQAi และ https://bit.ly/3ZPQlA9 สำหรับ ThaiESG ศึกษาข้อมูลโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4iM3p29 และ https://bit.ly/4fvRH8Y

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn