M-MIDSMALL-D กองทุนยอดเยี่ยม กลุ่มกองทุนหุ้นไทยขนาดกลาง-เล็ก

HoonSmart.com>> “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป” ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่รับเงินปันผล (M-MIDSMALL-D) ลงทุนหุ้นไทยขนาดกลางและเล็ก โชว์ผลงานโดดเด่น คว้ารางวัล “กองทุนยอดเยี่ยม” ประเภทกองทุนรวมหุ้นขนาดกลางและเล็ก (Equity Small/Mid-Cap Fund) จาก Morningstar Awards 2023

“กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป” ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่รับเงินปันผล (M-MIDSMALL-D) ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี (MFC) มีนโยบายการลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว

พอร์ตการลงทุนของกองทุน M-MIDSMALL-D ณ 28 ก.พ.2566 มีการลงทุนในหุ้น 5 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น (PRI) ประกอบธุรกิจ สัดส่วน 9.01% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของกองทุน โดย PRI การถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์แก่กลุ่มลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มลูกค้าที่เกี่ยวเนื่องแบบครบวงจร (One Stop Service)

อันดับสองหุ้นบริษัท ไทยคม (THCOM) สัดส่วน 8.26% อันดับสามหุ้นบริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) สัดส่วน 6.91% อันดับสี่หุ้นบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) สัดส่วน 6.3% และอันดับห้า หุ้นบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH) สัดส่วน 6.18%

5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนลงทุนสูงสุด ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สัดส่วน 14.44% ของ NAV กองทุน รองลงมาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ สัดส่วน 13.97% อาหารและเครื่องดื่ม สัดส่วน 8.94% พาณิชย์ สัดส่วน 8.51% การท่องเที่ยวและสันทนาการ สัดส่วน 7.86%

“บลจ.เอ็มเอฟซี” เผยการวางกลยุทธ์ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวนที่ส่งผลต่อความสำเร็จในปีที่ผ่านมาผ่านบทสัมภาษณ์ “Morningstar” ว่า ในภาวะตลาดการเงินที่อยู่ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวนจากสถานการณ์สงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นทั่วโลก


กลยุทธ์ “เฟ้นหุ้นดีราคาถูก เพิ่มการถือเงินสดบางเวลา”

ปัจจัยที่สนับสนุนให้กองทุนประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเกิดจากปรัชญาการลงทุนของบลจ.เอ็มเอฟซี ซึ่งลงทุนบนพื้นฐานการคัดเลือกหุ้นที่มีมูลค่าที่ดีในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เน้นบริหารพอร์ตการลงทุนในเชิงรุก ผสานการวิเคราะห์ภาพใหญ่ (Top-down approach) เพื่อกำหนดสัดส่วนน้ำหนักการลงทุนของหุ้นในพอร์ตแต่ละช่วงเวลา ซึ่งมีการเพิ่มการถือครองเงินสดในบางช่วงเวลา เพื่อบริหารความเสี่ยงของพอร์ตให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด และการคัดเลือกหุ้นรายหลักทรัพย์ (Bottom-up approach) อิงจากปัจจัยพื้นฐาน ผลตอบแทนที่คาดหวังและความเสี่ยง และปัจจัยเร่งของบริษัท

ส่วนจุดแข็งของทีมงานที่ส่งผลต่อความสำเร็จของกองทุน คือ การร่วมมือกันทำงานเป็นทีมผ่านกระบวนการลงทุนที่เป็นระบบอย่างชัดเจน การปรับปรุงกระบวนการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อสภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป การเน้นบริหารพอร์ตในเชิงรุก การค้นหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ ก่อนนักลงทุนส่วนใหญ่ การวิเคราะห์บริษัทในเชิงลึก การศึกษาแนวคิดและกลยุทธ์ของนักลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในแต่ละช่วงเวลาทั้งในอดีตและปัจจุบัน

การวิเคราะห์มุมมองของนักลงทุนเพื่อให้ทราบถึงความคิดและความเห็นของนักลงทุนกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนแนวพื้นฐาน นักลงทุนแนวเทคนิคคอล นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน รวมถึงนักลงทุนต่างชาติ เพื่อใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ในการลงทุน เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ของพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ สามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง

ปัจจัยต่างประเทศกด “หุ้นไทย” อัพไซด์จำกัด

“บลจ.เอ็มเอฟซี” มองเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวนำโดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว จากผลกระทบการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ แม้แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดแล้วแต่มีอัตราการชะลอตัวช้า ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด สำหรับเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากการใช้จ่ายผู้บริโภค และการท่องเที่ยว

ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกซึ่งจะกระทบต่อภาคการส่งออก และความผันผวนของระบบการเงินโลก การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยอาจมีจำกัด ด้วยเหตุนี้กลยุทธ์การลงทุนปัจจุบันของบลจ.เอ็มเอฟซีจึงเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว โดยหากมองหลักทรัพย์เป็นรายตัวจะมีกลุ่มหลักทรัพย์ที่ยังปรับตัวขึ้นได้ เนื่องจากกำไรของบริษัทนั้นๆยังมีแนวโน้มเติบโตดีอยู่และอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเป็นขาขึ้น

ชู ESG ลดความเสี่ยงระยะสั้น ลดความผันผวนพอร์ต

พร้อมมองการลงทุนอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและปัจจัยด้าน ESG มีส่วนต่อการลงทุนของกองทุน จากกระแสการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นช่วงหลายปีที่ผ่านมาในประเทศไทยเช่นเดียวกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เพราะพบว่าการลงทุนอย่างยั่งยืนนั้นตอบโจทย์ในเรื่องการลดความเสี่ยงในระยะสั้นและเพิ่มความสามารถในธุรกิจระยะยาวได้จริง การให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด ESG เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมั่นคงอย่างยั่งยืนของธุรกิจ อีกทั้งการลงทุนในโครงการใหม่ๆในอนาคตที่มีการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนจะสะท้อนไปยังผลตอบแทนที่มั่งคงมากกว่า เนื่องจากมีการบริหารความเสี่ยงสำคัญของโครงการอย่างรอบคอบ

นอกเหนือจากนี้บริษัทที่ให้ความสำคัญใน ESG ที่ดีส่วนใหญ่ มักจะมีต้นทุนของเงินทุน (Cost of Capital) ต่ำกว่าบริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญด้าน ESG รวมถึงมีความได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วย ดังนั้นในระยะยาวการลงทุนในหุ้นของบริษัทเหล่านี้จะมีความผันผวนน้อยกว่าบริษัทที่ไม่คำนึงถึงความยั่งยืน และท้ายที่สุดจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนให้มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอมากขึ้น สร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวต่อพอร์ตการลงทุน

“บลจ.เอ็มเอฟซี” มีเป้าหมายในการกำหนดแนวทางการลงทุนเพื่อความยั่งยืน และมีการปรับปรุงกระบวนการลงทุนอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะแนวทางด้าน ESG โดยในกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อลงทุน มีการใช้ปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์การลงทุน การสร้างพอร์ตการลงทุนและการติดตามการลงทุนแล้ว ทั้งนี้บริษัทยังมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดแนวทางด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง

“หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ผันผวนมากหวังผลตอบแทนสูง

กองทุน MFC Mid Small Cap Fund เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงเติบโตสูง โดยเน้นการลงทุนแบบเชิงรุก (Active Management) เหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ในระดับค่อนข้างสูงจากความผันผวนของหุ้นขนาดกลางและเล็ก ซึ่งอาจมีความผันผวนสูงกว่าการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ โดยคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับสูง

นักลงทุนที่สนใจกองทุนนี้สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนกองทุนจาก Website ของบลจ.เอ็มเอฟซี (www.mfcfund.com), Application MFC Wealth หรือขอคำปรึกษาการลงทุนจากทีมงานที่ปรึกษาการลงทุนของบลจ.เอ็มเอฟซีได้