BTS กำไร 9 เดือนทะลุ 3 พันลบ. โต 4% “ยู ซิตี้” หนุน

HoonSmart.com>> “บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” กำไรไตรมาส 3 ปี 64/65 อยู่ที่ 1,054 ล้านบาท ลดลง 38% จากงวดปีก่อน ผลกระทบโควิด-19 เทียบไตรมาสก่อนหน้าเติบโต 83% ส่วนงวด 9 เดือนกำไร 3,013 ล้านบาท เติบโต 4% รับรู้ส่วนแบ่งกำไร “ยู ซิตี้” จากงวดปีก่อนขาดทุน

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2564/65 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2564) กำไรสุทธิ 1,054.30 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.08 บาท ลดลง 38% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,686.05 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.13 บาท แต่เติบโต 83% จากไตรมาส 2 ปี 2564/65

งวด 9 เดือน ปี 2564/65 กำไรสุทธิ 3,013.32 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.23 บาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 2,894.28 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.22 บาท

สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564/65 มีรายได้รวม 9,193 ล้านบาท ลดลง 23.1% หรือ 2,758 ล้านบาท จาก 11,951 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2563/64 สำเหตุหลักมาจากการลดลงของ (1) กำไรจากการขายที่ดิน 1,979 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดิน 2 แปลงในธนาซิตี้ ในไตรมาสนี้ (2) รายได้จากการให้บริการรับเหมา 1,852 ล้านบาท จากการลดลงของรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและการจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียว เนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง รวมถึงรายได้งานก่อสร้างโครงการรุไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองลดลง อย่างไรก็ดีการลดลงของรายได้รวมบางส่วนถูกชดเชยด้วย (3) รายได้จากการบริการและการขายเพิ่มขึ้น 1,015 ล้านบาท และ (4) รายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น 153 ล้านบาท

ส่วนงวด 9 เดือนรายได้รวมจำนวน 25,303 ล้านบาท ลดลง 22.7% หรือ 7,435 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจาก (1) รายได้จากการใบริการรับเหมาลดลง 8,174 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและการจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียว รวมถึงรายได้งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง

(2) การลดลงของกำไรจากการขายที่ดิน 1,497 ล้านบาท หรือ 75.7% จากจำนวน 1,979 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนของปี 2563/64 อย่างไรก็ดีการลดลงของรายได้รวมบางส่วนถูกชดเชยด้วย (3) รายได้จากการบริการและการขายเพิ่มขึ้น 2,101 ล้านบาทและ(4) รายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น 474 ล้านบาท

ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่ายจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 55 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.9% จากปีก่อน เป็น 6,259 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามแม้ผลการดำเนินงานของธุรกิจจะปรับลดลงในงวด 9 เดือนนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 บริษัทฯ บันทึกกำไรสุทธิ (หลังหักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย) จำนวน 3,013 ล้านบาท เติบโต 119 ล้านบาท หรือ 4.1% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงจากส่วนแบ่งขาดทุน เป็นส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในยู ซิตี้ในงวดนี้ เนื่องจากยู ซิตี้ มีการบันทึกกำไรด้อยค่าของสินทรัพย์ลดลง รวมถึงบันทึกกำไรที่ยังไม่ได้รับรู้จากการลงทุนใน Jaymart โดยยู ซิตี้ ในเดือนธ.ค.2564