SGP โชว์ 9 เดือนกำไรพุ่ง 169% เชื่อ Q4 นิวไฮ

HoonSmart.com>> “สยามแก๊สฯ” เปิดงบ 9 เดือน ปี 64 รายได้ 55,478 ล้านบาท กำไร 2,817 ล้านบาท โต 169% อานิสงส์ราคาก๊าซ LPG ในต่างประเทศปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง ผู้บริหารคาดผลงาน Q4/2564 ส่อแววนิวไฮ ราคา LPG พุ่งสูงสุดรอบ 7 ปี -ไฮซีซันธุรกิจ รัฐเปิดเมือง ดันยอดขายโต ผนึก “เอเชีย แค็บ” เปิดโครงการนำร่อง CABB Taxi 50 คัน ใช้ Fleet Card ชำระค่าเติมก๊าซ LPG ทั่วประเทศ

นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยว่า ผลประกอบการในงวด 9 เดือน ปี 2564 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 2,816.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,771.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 169.5 % เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 1,612.09 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 55,478.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14,669.83 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 35.95 % เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 40,808.85 ล้านบาท โดยมียอดขายเท่ากับ 2.42 ล้านตัน

สำหรับแนวโน้มผลงานในไตรมาส 4/2564 จะยังคงโตแรงอย่างต่อเนื่อง จากราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกที่ทะยานขึ้นสูงสุดในรอบ 7 ปี ประกอบกับความต้องการใช้แก๊สเริ่มฟื้นตัว หลังจากภาครัฐมีการเปิดประเทศ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มีความต้องการใช้แก๊ส ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคาร ร้านค้า ผู้ประกอบการรถ Taxi รวมไปถึงมีการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว อีกทั้งราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการใช้แก๊สในภาคธุรกิจขนส่งเริ่มกลับมาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้ จะส่งผลดีต่อยอดขายของบริษัท

จากแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ขยับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยจากการสำรวจราคาเฉลี่ยในช่วงไตรมาส 3 ราคาขยับขึ้น 137.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และในช่วง 2 เดือนของไตรมาส 4/2564 ราคาปรับเพิ่มขึ้นมากถึง 185 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่งผลให้ราคาก๊าซ LPG ในปัจจุบัน เฉลี่ยอยู่ที่ 850 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ถือเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจก๊าซ LPG ในต่างประเทศอย่างชัดเจน สนับสนุนให้รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์แอลพีจีขยับสูงขึ้น นอกจากนี้ภาครัฐมีคำสั่งเปิดประเทศ ถือเป็นประเด็นบวกต่อบริษัทเพิ่มเติม เพราะช่วยสนับสนุนให้ความต้องการใช้แอลพีจีในประเทศขยายตัวอีกทางหนึ่งด้วย

ในปี 2564 คาดว่ายอดขายแอลพีจี จะเติบโต 15% จากปีก่อน หรืออยู่ที่ราว 3.73 ล้านตัน เนื่องจากความต้องการขยายตัวค่อนข้างมาก หลังช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการทำตลาดเพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ล่าสุดบริษัทร่วมกับ บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด ผู้ผลิตและดำเนินกิจการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะแบบครบวงจร หรือ CABB Taxi มองเห็นโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน เปิดโครงการนำร่องให้ผู้เช่าของ CABB Taxi 50 คัน สามารถใช้บัตรเครดิตนิติบุคคลเติมน้ำมัน (Fleet Card) เพื่อใช้ชำระค่าเติมก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่สถานีบริการสยามแก๊สทั่วประเทศ