KTAM Focus : เทคยุโรปจัดโปรแรง

โดย…ณัฏฐะ มหัทธนา
ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย (KTAM)

 

 

 

หุ้นยุโรป ก.ย. ร่วงหนักสุดใน 11 เดือน STOXX Europe 600 Index -3.4% ปรับตัวลงรายเดือนแรงสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2020 ท่ามกลางความวิตกกังวล ยีลด์พันธบัตรพุ่ง อุปทานชะงักงัน พลังงานขาดแคลน ความเสี่ยงในจีน ตลอดจนปัจจัยขาประจำ…โควิด นักวิเคราะห์บางค่ายเช่น BofA Global Research หั่นวิวหุ้นยุโรปจาก neutral เป็น negative คาดดัชนีฯปลายปีต่ำกว่าระดับปิดวันศุกร์ราว 7% เศษ สาเหตุหลัก “ยีลด์สูงขึ้น” กดดันมูลค่าเหมาะสมของสินทรัพย์ และมีหลายปัจจัยเข้ามาถ่วงการเติบโต

“เทคยุโรป” ดิ่งแรงกว่าตลาดภาพรวม STOXX Europe 600 Technology Index -6.63% ในเดือน ก.ย. ทิ้งตัวอย่างหนักหน่วง -9.60% ใน 6 วันทำการ (24 ก.ย. – 1 ต.ค.) นำลงโดย ASML Holding -16.09% จากราคาปิดประวัติการณ์ 23 ก.ย. จนเริ่มมีคำถามว่า “เกิดอะไรกับหุ้นเทคโนโลยี market cap ใหญ่สุดของยุโรป?”

ASML Holding NV หนึ่งในซัพพลายเออร์สำคัญของบรรดาผู้ผลิตชิป ปรับเพิ่มเป้าผลประกอบการโดยคาดว่าจากนี้ไปถึง 2030 รายได้จะโตราว 11% ต่อปี เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯกำลังบูม (ข่าวจากรอยเตอร์ส 29 ก.ย.) Peter Wennink ประธานเจ้าหน้าที่เผยในงานนำเสนอผู้ลงทุนว่า “สบายใจมาก” กับตัวเลขดังกล่าวซึ่งยังไม่รวม “ดีมานด์พิเศษ” จากความเป็นไปได้ที่ สหรัฐ จีน และ ยุโรป พยายามพึ่งตนเองด้านเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด technological sovereignty ซึ่งอาจหมายถึงความต้องการซื้อเครื่องจักรของบริษัทฯไปใช้ผลิตชิปเองเพื่อลดการนำเข้า ทั้งนี้ ASML อัพเกรดประมาณการรายได้แตะ 24-30 พันล้านยูโรในปี 2025 ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) สูงถึง 55% เทียบกับคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 15-24 พันล้านยูโรและ gross margin อย่างน้อย 50%

Global Megatrends in the Electronics Industry แนวโน้มใหญ่ระดับโลกด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ น่าจะทำให้บรรดาผู้ผลิตชิปเติบโต 7.4% ต่อปี โดย ASML ซึ่งปัจจุบันผลิตเต็มกำลังและพยายามเพิ่มศักยภาพเพื่อรองรับดีมานด์ในอนาคต น่าจะได้ส่วนแบ่งก้อนโตจากการขยายตัวของ chipmakers รายสำคัญๆ อาทิ TSMC, Samsung และ Intel เป็นต้น

ASML สร้างระบบ lithography เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้ลำแสงพลังงานสูงวาดวงจรบนแผ่นชิป อุปกรณ์ล้ำสมัยสุดของบริษัทฯราคาเครื่องละ 160 ล้านยูโร ถือเป็นหัวใจสำคัญของบรรดาโรงงานผลิตชิป (fabrication plants)

เทคยุโรปจัดโปรแรง ระยะนี้หุ้นศักยภาพสูงคล้ายถูกวางขายจัดโปรโมชั่นหั่นราคาในตลาด เราพิจารณาทีละปัจจัย

ยีลด์พันธบัตรกระชากขึ้น เป็นสาเหตุหลักที่ฉุดหุ้นยุโรปโดยเฉพาะกลุ่มนำ “หุ้นเติบโตสูงราคาสูง” ปรับฐานแรงกว่าตลาด ดังนั้นหากยีลด์เริ่มทรงตัว ราคาหุ้นก็น่าจะยืนได้และกลับเข้าสู่ขาขึ้นต่อไปตามแนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะยาว

อุปทานชะงักดันต้นทุนพุ่ง ลองตั้งคำถามว่า บริษัทมีอำนาจการตลาดขนาดไหน ขึ้นราคาได้หรือไม่? เพื่อส่งผ่านภาระไปยังผู้ซื้อ นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นสูงพอไหม? ที่จะรองรับความแกว่งไกวของต้นทุนผันแปร เผื่อช่องหายใจไว้บริหารจัดการรักษากำไรสุทธิ บริษัทเทคโนโลยียุโรปจำนวนมากทำธุรกิจเฉพาะกลุ่ม (niches) สร้างผลกำไรสูง อีกทั้งมุ่งเสนอสินค้า/บริการแก่ภาคธุรกิจด้วยกัน (business-to-business: B2B) จึงน่าจะตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นส่วนใหญ่

เข้าสู่ Mid-Cycle ด้วย “เทคยุโรป” หุ้นธีมเปิดเมือง (open up) ลดความนิยมลงไปเพราะภูมิภาคนี้เปิดมานานแล้ว เศรษฐกิจฟื้นดีขึ้นจน ECB ลดอัตราการซื้อสินทรัพย์ นำยุโรปเข้าสู่ “ช่วงกลางวัฏจักร” (mid-cycle) สถานการณ์ขาดแคลนพลังงานกดดันหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวตามเศรษฐกิจ (economic-sensitive) น่าจะกระตุ้นให้นักลงทุนแสวงหาความมั่นคงโดยโฟกัสหุ้นเติบโตสูงกลุ่มที่อิงปัจจัยขับเคลื่อนระยะยาวมากยิ่งขึ้น ตัวหลักๆได้แก่ เทคโนโลยี climate change

กองทุนเปิดเคแทม ยูโรเปียน เทคโนโลยี อิควิตี้ ฟันด์ (KT-EUROTECH) ลงทุนในหน่วยของ JPMorgan Funds -Europe Dynamic Technologies Fund (กองทุนหลัก) เน้นบริษัทในภูมิภาคยุโรปที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นหลัก ธุรกิจที่ลงทุนได้มีหลากหลาย อาทิ Sustainability: Biofuel, EVs & Charging, Wind & Solar power / Digitalisation: Big data, E-commerce, Video gaming / Sustainable & Digital enablers: 5G, IT consulting, Semiconductors & Foundry เป็นต้น (ระดับความเสี่ยงกองทุน = 6)

คำเตือน: ความเห็นส่วนบุคคล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน คู่มือการลงทุน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน