บล.คิงส์ฟอร์ดคาดหุ้นวันนี้กรอบ 1,620 – 1,640 จุด รอความชัดเจนวัคซีน

HoonSmart.com>> บล.คิงส์ฟอร์ดมองแนวโน้มหุ้นวันนี้ กรอบดัชนี 1,620 – 1,640 จุด รอความชัดเจนแผนกระจายวัคซีน หุ้นวันนี้แนะซื้อ SAPPE เก็งกำไร HMPRO ทยอยเก็บหุ้น Laggard ชู ADVANC, BDMS ค้าปลีก แนะ CPALL,MAKRO, BJC, HMPRO

บริษัทหลักทรัพย์คิงส์ฟอร์ด ประเมินดัชนี SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,620 – 1,640 จุด ระหว่างรอความชัดเจนแผนกระจายวัคซีน แนะนำ Selective Buy กลุ่ม Laggard เข่น ADVANC, BDMS, และค้าปลีก CPALL,MAKRO, BJC, HMPRO ปัจจัยบวกจากคนละครึ่งเฟส, ยิ่งใช้ยิ่งได้

ด้านหุ้นไทยแผ่วหลังมีประเด็นข่าววัคซีนไม่เพียงพอ และ กทม.สั่งชะลอการฉีดวัคซีนในวันนี้ ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขยันยืนสัปดาห์นี้เตรียมรับวัคซีน AstraZeneca 1.5 ล้านโดส และ Sinovac 1 ล้านโดส ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนว่าจะสามารถฉีดให้ครอบคลุม 70% ของประชากรได้ในสิ้นปีนี้หรือไม่ ซึ่งกระทบต่อแผนการเปิดเมืองและเศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด วันพรุ่งนี้ติดตามหุ้นถูกนำเข้าคำนวณดัชนีคาด IRPC, KCE, STGT, STA นำเข้าคำนวณ SET50

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ SAPPE แนะซื้อ ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 35.00 บาท แนวโน้มผลประกอบการ 2Q64 ฟื้นตัว QoQ, YoY หนุนจากตลาดส่งออกที่มีสัดส่วนประมาณ 60% ของยอดขาย โดยแรงกดดันจากปัญหาตู้คอนแทนเนอร์ขาดแคลนจะผ่อนคลายลง ส่วนการขายในประเทศดีขึ้นรับช่วง High Season และฐานต่ำในปีก่อน รวมถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้อัตรากำไรดีขึ้น

ส่วนช่วง 2H64 มีปัจจัยหนุนจากแผนการทยอยออกสินค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 20 SKUs ในครึ่งปีหลัง หนุนรายได้ทั้งปีเติบโต 10-15% ล่าสุดเปิดตัวเซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ Green Relaxing Calm เครื่องดื่มผสมกลิ่นเทอร์ปีน นอกจากนี้ต้องติดตาม Event การให้ใบอนุญาตโรงสกัดที่คาดว่าเกิดขึ้นเดือนนี้ ส่งผลบวกต่อการขออนุญาตกลุ่มผสมเครื่องดื่มในลำดับถัดไป

นอกจากนี้ซื้อเก็งกำไร HMPRO ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.40 บาท กำไรสุทธิงวด 1Q/64 อยู่ที่ 1,362.47 ลบ.(+8%YoY, -12.0%QoQ) โดยภาพ YoY ยังสามารถขยายตัวได้จากรายได้ที่สูงขึ้นจากการขยายสาขาและการควบคุม SG&A ที่ดี สำหรับช่วงที่เหลือในปี 64 คาดว่าจะยังคงเห็นการฟื้นตัวได้ในช่วง 2Q64 เนื่องจากปีก่อนมีการปิดสาขาชั่วคราวจำนวนมาก (ปิด 83 สาขาในเดือน เม.ย. และ ปิด 46 สาขา ในเดือน พ.ค.) จึงทำให้ยอดขาย และรายได้ซึ่งสร้างผลกำไรได้สูงในส่วนของค่าเช่าลดลง

ขณะที่บริษัยังคงกลยุทธ์เน้นการเพิ่ม Profit Margin จากสินค้า Private Brands ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 36 SKU มากกว่า 5,000 รายการ นอกจากนี้ทางบ.มีแผนที่จะรุกเข้าไปในตลาดเวียดนามซึ่งปัจจุบันได้เริ่มมีการขายสินค้าออนไลน์ไปบ้างแล้ว ตลาดคาด EPS ปี64 และ ปี65 ฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 63 ที่ 0.39 บาท/หุ้น มาอยู่ที่ 0.46 บาท/หุ้น, และ 0.50 บาท/หุ้น ตามลำดับ