เฟดดันหุ้นโลกไปต่อ ดบ.ต่ำนาน ชวนซื้อแบงก์-ปิโตรฯ-ปันผลสูง

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นดีใจเฟดผ่อนคลายนโยบายต่อ ดอกเบี้ยต่ำแถว0% นานถึงปี 66 ดีเกินคาด เศรษฐกิจโลกฟื้น  ดึงเงินไหลเข้าเอเชีย บล.ไทยพาณิชย์คาดพักฐานช่วงสั้น หาจังหวะเก็บ PTTGC หุ้นได้ดีเปิดประเทศ ไฟฟ้า บล.ยูโอบีฯ ชอบ SCC-IRPC-BBL-TCAP-TISCO บล.คันทรี่ฯชวนซื้อท่องเที่ยว ไฟแนนซ์ด้วย

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จุดพลุหุ้นโลก ปรับเพิ่มเป้าเศรษฐกิจสหรัฐโต เงินเฟ้อเพิ่ม ดอกเบี้ยต่ำยาวถึงปี 2566 เดินหน้าอัดฉีดคิวอี ดันดาวโจนส์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดเงินไหลเข้าเอเชีย ส่วนไทยระยะสั้นพักฐาน วันที่ 18 มี.ค.ขึ้นตามตลาดต่างประเทศ สูงสุดที่ระดับ 1,583.30 จุดเจอแรงขายทำกำไร ทิ้งพลังงานตามราคาน้ำมันดิบ

บล.โนมูระ พัฒนสินวิเคราะห์ว่า เฟดส่งสัญญาณจะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.25%ไปจนถึงปี 2566 ดีกว่าที่โนมูระคาดว่าจะขึ้นปี 2565 โดยประเมินเงินเฟ้อเร่งตัวเป็นปัจจัยชั่วคราว จะเดินหน้าใช้มาตรการผ่อนคลายต่อไป และซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE อย่างน้อย 1.2 แสนล้านเหรียญ/เดือน ขณะที่ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้และปีหน้าขึ้นสู่ 6.5% และ 3.3% ตามลำดับ โนมูระคาดโต 5.6% และ 4.2% ส่งผลให้ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนค่าลงมาสู่ 91.37 จุด เป็นปัจจัยหนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง และอาจจะเป็นแรงขับเคลื่อนเงินทุนให้ไหลเข้าเอเชีย หลังต่างชาติขายเอเชียหนัก 3 วันติดต่อกัน รวม -1,675 ล้านเหรียญ ขายหุ้นไทย 5 วันต่อเนื่อง รวม -290 ล้านเหรียญ

บล.ไทยพาณิชย์คาดดัชนีฟื้นตัวได้ด้วย Sentiment เชิงบวกตลาดหุ้นสหรัฐตามนโยบายเฟด คาดดัชนีมีแนวโน้มกลับขึ้นหากรอบบนบริเวณ 1,575-1,580 จุด อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังอยู่ในช่วงพักตัวออกด้านข้างในกรอบ 1,560-1,580 จุด กลยุทธ์พอร์ตลงทุนหลักรอเข้าซื้อเฟสแรก 25% แถว 1,450-1,470 จุด ส่วนพอร์ตเก็งกำไรให้เลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะในธีมหุ้น Global Plays กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC หุ้นได้ดีจากการเปิดประเทศ เช่น BEM, HMPRO,BDMS หุ้นใน SET50 ที่ยัง laggard BAM รวมทั้งพลังงานสะอาดอย่าง BGRIM, GULF, GPSC

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) แนะหุ้นโภคภัณฑ์ ธนาคาร กลุ่มวัฏจักร (cyclical) จะยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวโดดเด่นกว่าหุ้นเทคโนโลยี  แต่กลยุทธ์ขอควบคุมความเสี่ยงเลือกหุ้นที่ยังค่อนข้าง Laggard ในแต่ละกลุ่ม สำหรับปิโตรเคมีชอบ SCC และ IRPC (ขณะที่หุ้นเด่นคือ PTTGC และ IVL) กลุ่มธนาคาร มอง BBL, TCAP, TISCO น่าสนใจ (หุ้นเด่นคือ BBL และ KBANK) ขณะที่อาจทยอยสะสมกลุ่มหุ้นปันผลและกองรีทส์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยัง Laggard ที่สุดนับจากโควิดเป็นต้นมา