ก.ล.ต.จ่อยกเว้นยื่นไฟลิ่งขายหลักทรัพย์แปลงสภาพผู้ถือหุ้น-เจ้าหนี้ฟื้นฟูกิจการ

HoonSmart.com>> ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงเกณฑ์ออกและเสนอขายหลักทรัพย์แปลงสภาพและหุ้นรองรับหลักทรัพย์แปลงสภาพต่อผู้ถือหุ้นแบบ PPO หรือต่อเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ยกเว้นไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตและ filing ก่อนการเสนอขาย เพื่อลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ตามโครงการ Regulatory Guillotine

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดจะปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกและเสนอขายหลักทรัพย์แปลงสภาพ ได้แก่ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (warrant) และหุ้นกู้แปลงสภาพ รวมถึงหุ้นรองรับหลักทรัพย์แปลงสภาพ ให้มีความคล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยยังคงมีเครื่องมือและกลไกอื่นที่สามารถคุ้มครองและรักษาประโยชน์ของผู้ลงทุน ดังนี้

(1) บริษัทจดทะเบียนและบริษัทมหาชนจำกัดที่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลตามมาตรา 56 สามารถเสนอขายหลักทรัพย์แปลงสภาพและหุ้นรองรับหลักทรัพย์แปลงสภาพ ต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นแบบ PPO หรือเจ้าหนี้เพื่อเป็นการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ศาลล้มละลายกลางให้ความเห็นชอบแล้ว โดยได้รับอนุญาตเป็นการทั่วไปและได้รับยกเว้นการยื่นแบบ filing ทั้งนี้ ให้เสนอขายหลักทรัพย์แปลงสภาพที่ออกใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เสนอขายแบบ PPO หรือภายในระยะเวลาที่แผนฟื้นฟูฯ กำหนด แล้วแต่กรณี

(2) กรณีการเสนอขายแบบ PPO ซึ่งหลักทรัพย์แปลงสภาพอาจมีการซื้อขายหรือโอนเปลี่ยนมือจากผู้ถือหุ้นเดิมไปเป็นของบุคคลอื่น ทำให้บุคคลที่จะใช้สิทธิแปลงสภาพอาจไม่ใช่ผู้ถือหุ้นเดิมเสมอไป บริษัทต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเพิ่มเติมในทำนองเดียวกับหลักเกณฑ์การออกและเสนอขายหลักทรัพย์แปลงสภาพแบบ Right Offering ซึ่งผู้ที่จะใช้สิทธิอาจไม่ใช่ผู้ถือหุ้นเดิม อันได้แก่ ลักษณะของหลักทรัพย์แปลงสภาพ มาตรการคุ้มครองและรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น เป็นต้น

ทั้งนี้ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการการปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นแก่ภาคธุรกิจ (Regulatory Guillotine) ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบันและไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน

ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=695 ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail : [email protected] จนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2564