SUPER เร่งบริหารเมกะวัตต์ในมือ ลั่น 2 ปีหน้ารายได้ทะยานขึ้น 1.3 หมื่นล.

HoonSmart.com>>“จอมทรัพย์” เปิดแผนธุรกิจปี 2564-65 บริหารเมกะวัตต์ในมือ ราว 1,800-1,900 เมกะวัตต์ ดันรายได้ขึ้น 1 หมื่นล้านบาทและ 1.3 หมื่นล้านบาท มั่นใจการเป็นเบอร์ 1 โซลาร์ฟาร์มในเวียดนาม 836 เมกะวัตต์ เป็นโอกาสได้เมกะวัตต์เพิ่มในอนาคต

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ ) บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น ( SUPER ) เปิดเผย www.HoonSmart.com ว่า คาดการณ์รายได้ปี 2563 นี้ จะปิดประมาณ 6,800 – 7,000 ล้านบาท  และเป้าหมายรายได้ปี 2564 คาดว่าจะขยับขึ้น 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ( COD ) ของโครงการโซลาร์ฟาร์ในเวียดนามอีก 550  เมกะวัตต์ ปลายปี 2563 นี้  ส่วนปี 2565  รายได้จะขยับขึ้นไป 13,000 ล้านบาท หลังจาก COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม 421 เมกะวัตต์  ซึ่งรายได้ที่ขึ้นแตะ 13,000 ล้านบาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า นั้น จะมีกำลังผลิตรวม 1,800-1,900 เมกะวัตต์

นายจอมทรัพย์ กล่าวอีกว่า แผนการพัฒนาโรงงานผลิตไฟฟ้าใหม่ ๆ ในต่างประเทศช่วง 2 ปีข้างหน้านี้ ยังชะลอตัว  เนื่องจากต้องการสร้างโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในมือให้จบก่อน ประกอบกับเป็นช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อดูการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ได้

“ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดของซุปเปอร์ คือ Deliver (ส่งมอบ) ให้ได้ เพราะถ้าทำมากเกินไปแล้วทำไม่เสร็จ ไม่ใช่ ซุปเปอร์ ลงทุนแล้ว  ต้องทำให้เสร็จ จ่ายไฟฟ้าได้ ซุปเปอร์วันนี้ไม่ใช่แค่การบริหารรายวันตามสภาพ แต่ต้องวางแผนให้ชัดเจน เช่น การบริหารเงิน บริหารโครงการสร้างโรงไฟฟ้า ฯ  ณ วันนี้ซุปเปอร์ ไม่มีการเพิ่มทุน ซึ่งการที่ทริสเรตติ้ง ปรับเพิ่มเครดิตองค์กรจาก BBB- ขึ้นเป็น BBB ชี้ชัดว่า มีความเชื่อมั่นซุปเปอร์มากขึ้น”

นายจอมทรัพย์ กล่าวว่า บริษัท SUPER เป็นบริษัทแรก ๆ ที่พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา จำนวน 600 เมกะวัตต์ ซึ่งมีการเซ็นสัญญากับรัฐบาลเวียดนาม ที่ประเทศไทย เป็นการประกาศข่าวสร้างความมั่นใจและโอกาสให้กับ SUPER ไม่เฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ยังได้โซลาร์ฟาร์มเพิ่มเติมอีก มีการ COD ไปแล้ว 286 เมกะวัตต์เดือนมิ.ย ที่ผ่านมา และปลายธ.ค.นี้ COD อีก 550 เมกะวัตต์  รวมโซลาร์ฟาร์ม 836 เมกะวัตต์ ส่วนวินด์ฟาร์มที่เหลือ 421 เมกะวัตต์ เป็นวินด์ฟาร์มในทะเล 171 เมกะวัตต์ และบนบก 250 เมกะวัตต์ เริ่ม COD ไตรมาส 2  ปี 2564

“ ความสำเร็จของซุปเปอร์ในเวียดนาม ทำให้เรามีโอกาสที่จะได้งานใหม่ต่อเนื่อง ซึ่งความต้องการใช้ไฟฟ้าในเวียดนาม โตปีละ 12-15 %  รัฐบาลยังมีวินด์ฟาร์มที่รออนุมัติอีก 6,000 เมกะวัตต์ในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยใช้การประมูลใครให้ราคาขายไฟฟ้าดีที่สุดในพื้นที่ใช้ไฟ มีคนเข้ามาคุยและเสนอให้ซุปเปอร์แล้ว 900 เมกะวัตต์ ซึ่งผลตอบแทนการลงทุน (IRR) เฉลี่ย 18-30 %  ในเวียดนามถือว่าซุปเปอร์ เป็นผู้ประกอบการพลังงานทดแทน โซลาร์ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดด้วยกำลังผลิต 836 เมกะวัตต์  โดยรวมแล้วพอร์ตพลังงานในเวียดนาม คิดเป็น 50 % ของพอร์ต ซึ่งมีโรงไฟฟ้าขยะ COD แล้ว 20 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างสร้าง 44 เมกะวัตต์, โซลาร์ฟาร์ม 1,436 เมกะวัตต์ และวินฟาร์ม 421 เมกะวัตต์  “

นายจอมทรัพย์ กล่าวถึง ความสำเร็จโรงไฟฟ้าขยะ  COD แล้ว 20 เมกะวัตต์ สร้างกำไรและโนฮาว ถือว่ามีประสบการณ์ และมีความสนใจสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ที่รอการอนุมัติอีก 400 เมกะวัตต์ ซึ่งการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะ 24 ชั่วโมง มีรายได้ ราว 40-42 ล้านบาท ต่อ 1 เมกะวัตต์ ขณะที่โซลาร์ฟาร์ม รายได้ 10 ล้านบาท/เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์ม 15-20 ล้านบาท/เมกะวัตต์ ขณะที่ต้นทุนการสร้างวินด์ฟาร์มบนบก 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ/เมกะวัตต์ ต่ำกว่าในทะเล ที่มีต้นทุน 2-2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ/เมกะวัตต์