ALT เร่งติดสมาร์ทมิเตอร์พัทยา คาดสิ้นปีนี้ทะลุ 1 แสนครัวเรือน

ALT เร่งติดสมาร์ทมิเตอร์พัทยา คาดสิ้นปีนี้ทะลุ 1 แสนครัวเรือน

HoonSmart.com>>“เอ็นเนอร์จี แม็คซ์” บริษัทลูกของ “เอแอลที” เผยยอดติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์เมืองพัทยา ให้ กฟภ. ล่าสุดอยู่ที่ 9.6 หมื่นครัวเรือน คาดสิ้นปีติดตั้งทะลุเป้าหมาย 1 แสนครัวเรือน  มั่นใจไตรมาส 1/64 ติดตั้งครบตามสัญญา 1.2 แสนครัวเรือน  หนุน กฟภ. เพิ่มศักยภาพให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น  ทั้งเสถียรภาพ-ประหยัดไฟ ป้องกันการลักลอบใช้ไฟฟ้า 

นายสุรพงษ์ ปัตถนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจ บริษัท เอ็นเนอร์จี แม็คซ์ จำกัด (EMAX) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท เอแอลที เทเลคอม ( ALT) เปิดเผยว่า บริษัทในฐานะตัวแทนหลักคู่สัญญากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการติดตั้งโครงการมิเตอร์อัจฉริยะ หรือสมาร์ทกริดในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จำนวน 1.2 แสนครัวเรือน ซึ่งเริ่มโครงการมาตั้งแต่เดือนก.ค. 2561 จนถึงล่าสุดบริษัทมียอดติดตั้งมิเตอร์ใหม่ หรือสมาร์ทมิเตอร์ (Smart Meter) ให้ครัวเรือนต่างๆ ไปแล้ว 96,007 ครัวเรือน หรือมากกว่า 82% ของโครงการ คาดว่าภายในสิ้นปี 2563 จะติดตั้งได้ทะลุเป้าหมายที่ 1 แสนครัวเรือน และในไตรมาสแรกปี2564 จะติดตั้งมิเตอร์ใหม่ได้ครบตามสัญญา 1.2 แสนครัวเรือน

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า เอ็นเนอร์จี แม็คซ์ สมาร์ท มิเตอร์ได้ใช้มิเตอร์ที่ผลิตและประกอบในประเทศไทย แต่นำเข้าชิ้นส่วนจากฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแบบ Dual Communication คือ มีทั้ง RF และ PLC mesh ในโมเดลเดียวกัน ทำให้การสื่อสารระหว่าง สมาร์ท มิเตอร์ กับ ระบบ มีอัตราความสำเร็จมากกว่า 98% ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งแตกต่างจากสมาร์ทมิเตอร์ทั่วไปที่จะมีเทคโนโลยีสื่อสารเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ทำให้การผันแปรของสิ่งแวดล้อมในขณะสื่อสารหรือส่งข้อมูล ส่งผลกระทบอย่างสูง ทำให้อัตราความสำเร็จต่ำกว่า ขณะเดียวกัน Dual Communication ยังทำให้ กฟภ. มีความมั่นใจว่าการเจริญเติบโตของเมือง เช่น คอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น หรือ ต้นไม้ที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล จะไม่มีผลกระทบต่อการสื่อสารระหว่างมิเตอร์กับระบบเมื่อเวลาเปลี่ยนไป ซึ่งจะลดภาระการบำรุงรักษาของ กฟภ.

นอกจากนี้ การออกแบบฝาครอบ Terminal Cover ของสมาร์ท มิเตอร์ ที่เป็นแบรนด์ของเอ็นเนอร์จี แม็คซ์ ให้เป็นแบบใส มองเห็นได้ ยังช่วยให้ กฟภ. สามารถมองเห็นความผิดปกติภายใต้ฝาครอบได้สะดวก โดยเฉพาะเมื่อมีผู้พยายามละเมิดการใช้ไฟฟ้า โดยไม่ต้องไปเปิดฝาครอบ เพื่อตรวจสอบ ซึ่งเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์

“เมื่อโครงการแล้วเสร็จทาง กฟภ. จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการให้บริการแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น เช่น เมื่อกระแสไฟฟ้าดับ ทางเจ้าหน้าที่ กฟภ. จะได้รับการแจ้งเตือนจากระบบโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้ไฟฟ้าแจ้ง สามารถเข้าแก้ไขเพื่อทำให้ไฟฟ้ากลับมาให้บริการได้อย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งในบางกรณีผู้ใช้ไฟฟ้าอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบจากไฟฟ้าดับเลยก็เป็นได้” นายสุรพงษ์กล่าว