EA ลั่นปี 64 รายได้โตแรงก้าวสู่ New S-Curve รับรู้รายได้แบตเตอรี่-ยานยนต์ไฟฟ้า

EA ลั่นปี 64 รายได้โตแรงก้าวสู่ New S-Curve รับรู้รายได้แบตเตอรี่-ยานยนต์ไฟฟ้า

HoonSmart.com>> “พลังงานบริสุทธิ์” มั่นใจรายได้ปี 64 เติบโตก้าวกระโดด ก้าวเข้าสู่ New S-Curve หลังโรงงานแบตเตอรี่เฟสแรกเดินหน้าผลิตเดือนม.ค. พร้อมลุยตลาดยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ด้านผลงาน 9 เดือนแรกปี 63 รายได้นิวไฮแตะ 12,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%

อมร ทรัพย์ทวีกุล

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า การดำเนินงานตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา มุ่งเน้นการลงทุนในการสร้างฐานธุรกิจใหม่เพื่อทำ New S-Curve ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2564 ให้สำเร็จ แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด-19 ที่เป็นอุปสรรคอยู่บ้าง แต่บริษัทก็สามารถปรับแผนและแก้ไขปัญหาต่างๆ มาได้เป็นอย่างดี จากการประเมินความพร้อมด้านต่างๆ พบว่าการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่คืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว และได้เริ่มติดตั้งเครื่องจักรในเดือนพ.ย.นี้แล้ว จึงคาดว่าโรงงานจะเสร็จสมบูรณ์และเริ่มผลิตเซลล์แบตเตอรี่ได้ในเดือนม.ค.ปีหน้า จากนั้นจะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 3 เดือน ซึ่งจะสามารถป้อนแบตเตอรี่เข้าสู่สายธุรกิจผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ในกลุ่มของบริษัทฯ ประกอบด้วย รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถบัสโดยสารไฟฟ้า (E Bus) และเรือโดยสารไฟฟ้า (E Ferry) ได้ทันที

“ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดโควิด 19 บริษัทฯ ได้มีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ โดยหันมามุ่งเน้นการบุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้ง E Bus และ E Ferry ที่ปัจจุบันนี้มีศักยภาพในการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่มีการใช้งานในแต่ละวันสูง เพื่อให้บริการการเดินทางแก่ประชาชนจำนวนมาก ดังนั้นการปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนจะช่วยทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ผู้ให้บริการเดินรถและเรือลงได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งไม่มีมลพิษทางอากาศ และ PM 2.5 อีกด้วย บริษัทจึงได้ลงทุนในบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด เพื่อเป็นฐานการผลิตรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้มีออเดอร์เข้ามาแล้ว และเตรียมจะทำการผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อส่งมอบตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ของปี 2564 ส่วนธุรกิจเรือไฟฟ้าดำเนินการโดยบริษัทย่อยชื่อ บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด เตรียมจะเริ่มให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้าในชื่อ MINE Smart Ferry ตั้งแต่ท่าเรือสะพานพระนั่งเกล้า ถึงสาธร เริ่มตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป”นายอมร กล่าว

ส่วนโครงการลงทุนปี 2564 โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในโครงการที่ต่อเนื่องจากปี 2563 โดยจะมุ่งเน้นธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้า บริษัทฯยังคงศึกษาและเตรียมความพร้อมเพื่อจะลงทุนทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีความต้องการขยายกำลังการผลิตและกระจายไฟฟ้าในแต่ละประเทศ โดยจะนำแบตเตอรี่ที่ผลิตได้มาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้สร้างรายได้และการเติบโตของกลุ่ม EA ต่อไป

สำหรับผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 มีรายได้รวม 12,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวด 9 เดือนของปีก่อน 17% และมีกำไรสุทธิ 3,720 ล้านบาท ธุรกิจไบโอดีเซลมีรายได้ 4,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% ด้านธุรกิจไฟฟ้ามีรายได้ 7,795 ล้านบาท ลดลง 2% เหตุจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้น้อยกว่าที่คาด เพราะปีนี้กระแสลมแรงเลื่อนมาเริ่มเกิดในไตรมาส 4 ส่วนรายได้จากโซลาร์เพิ่มขึ้น 3% ส่วนไตรมาส 3/63 มีรายได้รวม 3,801 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,119 ล้านบาท