‘SAK’ตั้งราคาขาย 3.70 บาท เปิดจอง 27-28,30 พ.ย.สถาบันจองล้น 8.3 เท่า

‘SAK’ตั้งราคาขาย 3.70 บาท เปิดจอง 27-28,30 พ.ย.สถาบันจองล้น 8.3 เท่า

HoonSmart.com>>”ศักดิ์สยามลิสซิ่ง” เคาะราคา IPO ที่ 3.70 บาท เปิดจอง 26-27 และ 30 พ.ย. เข้าซื้อขายใน SET  8 ธ.ค.  สถาบันจองซื้อราคาสูงสุดล้น 8.3 เท่า  P/E อนาคตอยู่ที่ 12.5 เท่าต่ำกว่าคู่แข่ง คาดผลตอบแทนปันผลกว่า 3% ต่อปี  ตั้งเป้า 3 ปี สินเชื่อและสาขาโตอีกเท่าตัว 

นางสาวพันทิตา แซ่เอ็ง รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจวาณิชธนกิจ บล.ธนชาต ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของบริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง (SAK) เปิดเผยว่า กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 3.70 บาท/หุ้น โดยจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นวันที่ 26-27 และ 30 พ.ย. 2563 และเริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) เป็นวันแรกในวันที่ 8 ธ.ค.2563

การกำหนดราคาขาย IPO ได้จากการสำรวจความต้องการซื้อ (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับและแสดงความต้องการซื้ออย่างดีเยี่ยม  ที่ราคาสูงสุดมีความต้องการล้นถึง 8.3 เท่า รวมทั้งได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยเป็นอย่างมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ และแผนงานการเติบโตที่มีความชัดเจน โดยราคาเสนอขาย IPO นับว่ามีราคาเหมาะสมสะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่มีความแข็งแกร่ง จากศักยภาพการดำเนินธุรกิจ และโอกาสเติบโตจากแผนการรุกขยายธุรกิจในอนาคต

” หุ้นที่ขายราคา 3.70 บาท มีความเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน คิดเป็น P/E อนาคตที่ 12.5 เท่า เทียบกับ MTC อยู่ที่  20.75  เท่า และ SAWAD อยู่ที่  15-16 เท่า P/E เฉลี่ยของอุตสาหกรรมนี้ อยู่ที่ 18 เท่า  ดังนั้นราคาขายที่ 3.70 บาท ยังให้ผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน  และยังให้เงินปันผล 40% ของกำไร คิดเป็นอัตราผลตอบแทนกว่า 3% ต่อปี ” นางสาวพันทิตากล่าว

สำหรับ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยแก่ประชาชน เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 546 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น 26% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด  เพื่อนำเงินไปขยายสินเชื่อและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ด้านนายพูนศักดิ์ บุญสาลี ประธานกรรมการบริหาร ของ SAK กล่าวว่า บริษัทมีวิสัยทัศน์ก้าวเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับชาติ จากศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนานกว่า 25 ปี เทียบเท่าบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม จึงมีความเข้าใจในความต้องการสินเชื่อประชาชนเป็นอย่างดี ตลอดจนมีความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายสาขาที่ให้บริการ 519 สาขา (ณ วันที่ 30 มิ.ย.63) ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตก  มีเป้าหมายขยายธุรกิจให้เติบโตในทุกมิติภายในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2566 ทั้งจำนวนสาขาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,119 สาขา และขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ ของ SAK กล่าวว่า การระดมทุนครั้งนี้ ทำให้บริษัทก้าวขีดจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อไปขยายธุรกิจผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในทุกมิติจากแผนงานขยายผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้มีความหลายมากขึ้น รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ   เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของบริษัท
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา 3 ปี มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี สูงถึง 33.5% ส่งผลให้รายได้เติบโต เฉลี่ย 31.6% ต่อปี ในขณะที่ SAK สามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ได้ในระดับสูงถึง 31-33%  ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อรวม 6,067 ล้านบาท จากจำนวนสัญญาสินเชื่อรวม 230,273 สัญญา แบ่งเป็นลูกหนี้ที่มีหลักประกัน 88% และลูกหนี้ไม่มีหลักประกัน 12% ของพอร์ตสินเชื่อรวม