ดาวโจนส์ปิดร่วง 219 จุด วิตกการฟื้นตัวศก. คลังปิดมาตรการช่วยเหลือสิ้นปี

ดาวโจนส์ปิดร่วง 219 จุด วิตกการฟื้นตัวศก. คลังปิดมาตรการช่วยเหลือสิ้นปี

HoonSmart.com>> ดาวโจนส์ปิดร่วง 219 จุด วิตกการฟื้นตัวเศรษฐกิจ คลังปิดมาตรการช่วยเหลือสิ้นปี ด้านตลาดหุ้นยุโรปบวก ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average:DJIA) ปิดตลาดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ที่ 29,263.48 จุด ลดลง 219.75 จุด หรือ 0.75% จากความกังวลต่อจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และความวิตกต่อเงินที่ธนาคารจะใช้ในโครงการช่วยเหลือฉุกเฉิน ว่าอาจจะมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,557.54 จุด ลดลง 24.33 จุด, -0.68%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11854.97 จุด ลดลง 49.74 จุด, -0.42%

หุ้นโบอิ้งและหุ้นเซลส์ฟอร์ซ ปรับตัวลดลงมากสุด โดยอ่อนตัวลง 2.9% และ 2.5% ตามลำดับ ส่วนกลุ่มเทคโนโลยีลดลง1.1% และกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 0.9%

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เฉลี่ยในรอบ 7 วันเพิ่มขึ้น 165,029 รายหรือ 24% สูงกว่าสัปดาห์ก่อน เฉพาะวันพฤหัสบดีมีการรายงานผู้ติดเชื้อถึง 187,833 ราย ส่งผลให้หลายรัฐระงับแผนเปิดเศรษฐกิจและหันกลับมาใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อสกัดการระบาด

ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กออกคำสั่งให้อยู่กับบ้านในพื้นที่อาศัยส่วนใหญ่ของรัฐ และห้ามการทำงานที่ไม่จำเป็นและการรวมตัวในช่วง 22.00-05.00 น. ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคออกคำแนะนำให้ชาวอเมริกันงดเดิอนทางช่วงวันขอบคุณพระเจ้า

นักเศรษฐศาสตร์ ของเจพี มอร์แกน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มาตรการการจำกัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับไวรัสจะส่งผลให้เศรษฐกิจติดลบ ในไตรมาสแรกของปี 2021 และปรับลดคาดการณ์ GDP เป็น -1% นับเป็นนักวิเคราะห์รายแรกที่คาดการณ์เศรษฐกิจติดลบในปีหน้า

ในสัปดาห์นี้ ดัชนี DJIA ลดลง 0.7% ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.8%

ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความเห็นที่ไม่ตรงกันของกระทรวงการคลังและธนาคารกลาง (เฟด) เกี่ยวการสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องให้โครงการเงินกู้ฉุกเฉินบางโครงการ

นายสตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีคลังกำลังหาทางที่จะยุติบางโครงการของเฟดที่ซื้อพันธบัตรและโครงการMain Street Lending Program ซึ่งให้กู้ธุรกิจเอสเอ็ม แต่เฟดไม่เห็นด้วย โดยระบุว่าโครงการยังจำเป็นและมีความสำคัญต่อการเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง แม้ยังไม่ได้ปล่อยกู้มากนัก

ในจดหมายที่นายสตีเว่นส่งให้เฟด ระบุว่าใน เงินจำนวน 455 พันล้านที่กระทรวงได้รับภายใต้กฎหมาย CARES Act จะนำส่งคืนสภาคองเกรสเพื่อจัดสรรใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้โครงการเงินกู้ฉุกเฉินจะสิ้นสุดในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตามตลาดยังมีปัจจัยบวกเล็กน้อยจากรายงานข่าวว่าไฟเซอร์ได้ยื่นให้สำนักงานอาหารและยาเพื่ออนุมัติใช้วัคซีนของบริษัทแบบฉุกเฉิน ซึ่งหลังจากที่ได้รับการอนุมัติก็พร้อิมที่จะส่งวัคซีนได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยกลุ่มน้ำมันและแก๊สที่เพิ่มขึ้น 1.5% นักลงทุนไม่สนใจประเด็นการยุติมาตรการเยียวยาผลกระทบไวรัสของสหรัฐฯและจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดที่เพิ่มขึ้น

การเจรจา Brexit ถูกระงับหลังจากสมาชิกในทีมสหภาพยุโรปติดเชื้อไวรัสโควิด แต่ยังมีการหารือกันแบบทางไกลด้วยความหวังว่าจะได้ข้อสรุปใน 10 วัน.

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 389.61 จุด เพิ่มขึ้น 2.01 จุด , +0.52%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,351.45 จุด เพิ่มขึ้น 17.10 จุด, +0.27%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,495.89 จุด เพิ่มขึ้น 21.23 จุด,+0.39%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,137.25 จุด เพิ่มขึ้น 51.09 จุด ,+0.39%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 41 เซนต์ปิดที่ 42.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 59 เซนต์ปิดที่ 44.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อ่านข่าว

บล.กสิกรไทยชวนลุ้นหุ้น 1,400 แบงก์คาดเงินบาทแตะ 30 บาท