“ตลาดหุ้นปรับตัวดีขึ้นหลังจากรับข่าวดีการพัฒนาต้านไวรัส COVID-19”

“ตลาดหุ้นปรับตัวดีขึ้นหลังจากรับข่าวดีการพัฒนาต้านไวรัส COVID-19”

๐ ในอาทิตย์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก หลังจากความไม่แน่นอนเรื่องการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ผ่อนคลายและความกังวลของของจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในต่างประเทศมีแนวโน้มลดลงจากข่าวดีการพัฒนาวัคซีนของบริษัท Pfizer และ BioNTech นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้าง underperform ตลาดอื่นๆ เนื่องจากมี Sector Rotation จากหุ้นกลุ่ม Growth Stock ไปยังหุ้นกลุ่ม Value Stock ซึ่งกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี (Growth Stock) เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

๐ ข่าวดีของการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 โดยบริษัทยา Pfizer และ BioNTech รายงานว่าจากการทดสอบในระยะที่ 3 วัคซีน COVID-19 ที่พัฒนาร่วมกันมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้สูงถึง 90% ซึ่งทางบริษัทเตรียมที่จะยื่นขอการอนุมัติจากองค์กรอาหารและยาของสหรัฐฯ (US FDA) และคาดว่าจะได้รับอนุมัติภายในเดือน ธ.ค. และคาดว่าจะสามารถผลิตวัคซีนออกมาได้ 50 ล้านโดสในปีนี้ และอีก 1,300 ล้านโดสในปีหน้า ซึ่งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น อังกฤษ และแคนาดา น่าจะมีสิทธิได้รับวัคซีนจากบริษัท Pfizer และ BioNTech ก่อน

๐ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 6.38 แสนราย ชะลอลงจาก 6.72 แสนรายในเดือนก่อน ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังไม่คลี่คลายจะส่งผลให้การจ้างงานต่อจากนี้ฟื้นตัวขึ้นได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน ต.ค. ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า 1.0% เป็นระดับที่ 6.9% จาก 7.9% ในเดือนก่อน

๐ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยเดือน ต.ค.ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยปรับดีขึ้นจากเดือนที่แล้ว 0.7 จุด มาอยู่ที่ระดับ 50.9 จุด ตัวที่ 50.9 จุด ท่ามกลางความกังวลเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง เป็นผลมาจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ในปีนี้ขึ้นจาก -8.5% เป็นระดับ -7.7%YoY ประกอบกับรัฐบาลออกมาตรการเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่งและช้อปดีมีคืน

๐ ยอดการส่งออกของจีนในเดือน ต.ค. เร่งตัวขึ้น โดยปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ระดับ 9.9%YoY สู่ระดับที่ 11.4% YoY เดือนต.ค. นำโดยการส่งออกสินค้าพวกกลุ่มพลาสติก รถยนต์ และสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ประกอบกับการส่งออกสินค้าไปยังเป็นคู่ค้ารายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง