ตปท.ไล่เก็บ 2.8 หมื่นล.ได้สองเด้ง เน้นซื้อ AOT-แบงก์ ทิ้ง CPALL-STGT

ตปท.ไล่เก็บ 2.8 หมื่นล.ได้สองเด้ง เน้นซื้อ AOT-แบงก์ ทิ้ง CPALL-STGT

HoonSmart.com>> หุ้นไทยยังมีเบาะรองรับจากเม็ดเงินต่างชาติ เก็บ 3 วันติดรวม 28,475 ล้านบาท ล่าสุดซื้อ 7 พันล้านบาท เจอสถาบันไทย-นักลงทุนสาดใส่ คาดเงินนอกยังไหลเข้ามา หวังกำไรจากส่วนต่างราคาและเงินบาทแข็งค่าด้วย เผยแรงซื้อผ่าน NVDR นำโดย AOT-KBANK-MINT ขายหนักๆในหุ้น CPALL-STGT-STA นักวิเคราะห์แนะรายย่อยทำกำไรบ้าง รอย่อช้อนของดีราคาต่ำ

ตลาดวันที่ 11 พ.ย.2563 มีแรงทำกำไรและเก็งกำไรสูง ระหว่างวันสวิงขึ้นลงแรงกว่า 25 จุด โดยขึ้นสูงสุด 1,356.83 จุดและลงไปต่ำสุด 1,331.39 จุด นักลงทุนต่างชาติซื้อต่อเป็นวันที่สาม  7,232 ล้านบาท สวนทางสถาบันไทยทิ้ง 4,223 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปขาย 3,780 ล้านบาท โดยรวมต่างชาติซื้อ 3 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 28,475 ล้านบาท

บล.เอเซียพลัสวิเคราะห์ว่าเงินไหลออกจากสินทรัพ์ปลอดภัยเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง และเงินบาาทและเงินเอเชียแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน มีโอกาสได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในเงินที่ไหลเข้ามาไม่ว่าจะเป็นต่างชาติหรือสถาบัน เนื่องจากยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นโลกและเพื่อนบ้านอยู่มาก( Laggard ) หากพิจารณาสัดส่วนการถือครองของต่างชาติทั้งโดยตรงและผ่าน NVDR ถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก เมื่อตลาดมีข่าวดีเรื่องพัฒนาการวัคซีนและผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ จึงมีแรงเข้ามาซื้อ บวกกับมีแรงหนุนจากหุ้นที่ถูกคัดเข้า MSCI Index แต่บางช่วงเวลานักลงทุนระวังการขายทำกำไรช่วงสั้น โดยประเมินการเคลื่อนไหวของดัชนีอยู่ในกรอบ 1330-1353 จุด

ส่วนต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นไทยสูงถึง 18,958.37 ล้านบาทเมื่อวันที่ 10 พ.ย. พบว่ามีการซื้อขายผ่าน NVDR สูงเป็นพิเศษ แรงซื้อมากที่สุดอยู่ที่ AOT,KBANKและ MINT ขณะที่ขายออกมากในหุ้น CPALL,STGTและ STA

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์แนะนำให้ซื้อหุ้นเกี่ยวกับยางและถุงมือยาง  หลังจากราคาไหลลงมามาก โดยเฉพาะ STGT เพราะมีออเดอร์อยู่ในมือยาวถึงปี 2566

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) มองดัชนีปรับตัวขึ้นเด่นหลายวันติดต่อกัน จึงมีแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่ทิศทางในระยะกลางยังคงเป็นการฟื้นตัว ให้มีแนวรับ 1,345 จุดและแนวต้าน 1,355 จุด