SCB Julius Baer มองตลาดโลกโค้งสุดท้ายฟื้นต่อเนื่อง แนะ Selective

SCB Julius Baer มองตลาดโลกโค้งสุดท้ายฟื้นต่อเนื่อง แนะ Selective

HoonSmart.com>> บล.ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ ” บริษัทร่วมทุน “ธนาคารไทยพาณิชย์-จูเลียส แบร์” ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งชั้นนำระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ มองตลาดโลกไตรมาสสุดท้ายปี 63 ฟื้นตัวต่อเนื่อง แรงหนุนนโยบายทางด้านการเงินและการคลัง แนะลงทุนต่อเนื่อง เน้น Selective และกระจายการลงทุนเป็นหลัก

ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ เจัดงานสัมมนาเอ็กซ์คลูซีฟ SCB Julius Baer Market Outlook Q4/2020 ภายใต้หัวข้อ Knowing the Market. Winning the Crisis. ให้ความรู้เรื่องทิศทางและแนวโน้มการลงทุนในตลาดต่างประเทศ พร้อมต่อยอดความมั่งคั่งสำหรับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง โดยมี ลลิตภัทร ธรณวิกรัย (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, มร.โจเซฟ คาเซราส (ขวา) กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายแนะนำการลงทุนและผลิตภัณฑ์ และมร. เอเดรียน มาเซอนาวเออร์ (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายการบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด ร่วมเปิดงานสัมมนา

มร.โจเซฟ คาเซราส กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายแนะนำการลงทุนและผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ (SCB Julius Baer) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง “ธนาคารไทยพาณิชย์” และ “จูเลียส แบร์” (Julius Baer) ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งชั้นนำระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกับเศรษฐกิจทั่วโลกในปีนี้มีการปรับตัวอย่างผันผวนในช่วงต้นปี รวมทั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างและพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ เชื่อว่าต่อจากนี้ไปตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 เศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวดีขึ้นจากการใช้นโยบายทางด้านการเงินและการคลัง ส่งผลให้เรายังคงมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้น โดยแนะนำให้นักลงทุนยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ให้เน้นการลงทุนแบบ Selective และเน้นกระจายการลงทุนเป็นหลัก

“ในระยะสั้นนี้แม้จะมีความผันผวนเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ไม่ว่าใครจะได้เป็นผู้ชนะก็ตาม เราคาดว่ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และกลุ่มอุตสาหกรรม (Industrial) จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ”มร.โจเซฟ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในระยะยาว ด้วยพฤติกรรมของผู้คนที่ใช้ชีวิตและการทำงานที่เปลี่ยนไป กลุ่มการลงทุนที่น่าสนใจ จึงเป็นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงสร้างพื้นฐานดิจิตอล (Digital Infrastructure) และ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ (Health Tech) โดยเน้นการลงทุนในสหรัฐฯและจีน

ทั้งนี้ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่งในระดับสากลแบบครบวงจร (One Stop Wealth Management Service) ด้วยบริการที่หลากหลายครอบคลุมทั้งงานวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก, การให้คำแนะนำกลยุทธ์การลงทุน, การบริหารพอร์ตการลงทุนโดยผู้จัดการกองทุน (Discretionary Portfolio Mandates), บริการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย รวมทั้งการวางแผนการส่งต่อความมั่งคั่ง (Wealth Planning) ตลอดจน การทำมูลนิธิ หรือองค์กรในรูปแบบต่างๆในการตอบแทนสังคม (Philanthropy)

“สำหรับลูกค้าที่สามารถรับความผันผวนจากการลงทุนในหุ้นได้ เราแนะนำการลงทุนในรูปแบบของ Mandate ที่ชื่อว่า Global Excellence ซึ่งเป็น Core Investment ที่มีทีมผู้จัดการลงทุนของ จูเลียส แบร์ เป็นผู้บริหาร โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพดีชั้นนำทั่วโลกที่มีการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสม่ำเสมอ และมีหนี้สินน้อย ซึ่งในระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา Global Excellence มีผลการดำเนินงานที่ดีทั้งในช่วงตลาดขาขึ้น และช่วยลดความผันผวนในช่วงตลาดขาลง สามารถทำผลตอบแทนได้มากกว่าดัชนีชี้วัดและมีผลการดำเนินงานอยู่ในระดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่มีนโยบายการลงทุนในแบบเดียวกัน นอกจากนี้เราก็ยังมี Mandate อื่น ๆ ตามระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ารับได้ ทั้งแบบลงทุนผสมที่เป็น Multi-Asset หรือ Mandate ประเภทตราสารหนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ และโซลูชันที่หลากหลายนี้สามารถออกแบบให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ทั้งในด้านสินค้าและสกุลเงิน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าอีกด้วย” มร. โจเซฟ กล่าว